「名射手」


โอฮาลัคกี้---
ก่อนจะเริ่มย่อยมุขของตอนนี้ ผู้เขียนขอแจ้งเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลง
ในเรื่องลัคกี้ สตาร์ตอนนี้ (ตอน 5) เสียหน่อยก่อน
นั่นคือลัคกี้ สตาร์มีการเปลี่ยนผู้กำกับครับ จากคุณยามาโมโตะ ยูทากะ
(หรือยามาคัน คนที่กระผมล้อไปว่ากระโดดงับคอตัวเองนั่นละ)
มาเป็นคุณทาเคโมโตะ ยาสึฮิโร่ ซึ่งมีผลงานกำกับดังๆ เช่น
ฟูลเมตัล พานิค? ฟุม็อฟ และ ฟูลเมตัล พานิค ! The Second Raid
แต่เนื่องจากว่าคุณยามาโมโตะ และคุณทาเคโมโตะ
ทั้งคู่เคยทำงานร่วมกันมาหลายเรื่อง (เช่นฟูลเมตัลทั้งสองภาคที่กล่าวข้างต้น)
ทำให้แทบจะมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเด่นๆ เท่าไรนัก
นอกเสียจากว่าตอน 5 นี้ดูการรับส่งมุขมันจะเนือยๆ ลงหน่อย
ไม่เด็ดขาดฉับไวเหมือน 4 ตอนแรก (เป็นความเห็นส่วนตัว)
แต่ก็ยังอยู่ในอารมณ์ที่ลัคกี้ สตาร์ควรจะเป็น ไม่มีปัญหาอะไรครับ
ในนาทีที่ 2 (อ๊ะ จู่ๆ ก็เริ่มแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย !!)
โคนาตะพูดถึงเกมออนไลน์ มีเนื้อความดังต่อไปนี้
"คุณครูเป็น wiz ชั้นเป็น tanker จับคู่กัน แล้วชั้นเป็นคน pull
เล่นวิธีนี้ได้ค่า exp กับเงินแบบหวานหมูเลยแหละ
แต่ก็เหอะ มีชั้นคนเดียวที่ต้องเหนื่อย
คุณครูแค่ click ร่าย skill โจมตีเป็นวงเท่านั้นเอง
แถมมีอยู่ทีชั้นลาก mob กองโตมา แต่ครูดันหลับคาจอไปซะได้
กว่าจะฟื้นจาก death penalty ได้นี่ก็เกือบวันเลยแหละ"

คางามิ "เอ่อ..... ช่วยพูดภาษาญี่ปุ่นทีได้ป่ะ?"
ใครไม่เคยเล่นเกมออนไลน์จำพวก MMORPG รับรองว่ามึน
เอาเป็นว่าบทพูดด้านบนคือศัพท์เฉพาะทางของเกมออนไลน์ครับ
คนไหนมีนิสัยแบบโคนาตะ ชอบพูดจารู้เรื่องคนเดียวเนี่ยแก้ไขนิสัยเสียเถิด
ไม่งั้นเดี๋ยวเพื่อนๆ รังเกียจแล้วจะหาว่าไม่เตือนนะเออ =D
เข้าสู่เหตุการณ์เทศกาลงานวัดในนาทีที่ 3 ครึ่ง
ทุกคนแต่งตัวในชุดยูคาตะ และพูดคุยกันถึงเรื่อง โอบิ (ผ้ารัดเอว)
โคนาตะก็พูดขึ้นมาว่า "โอบิเนี่ย คุณพ่อชั้นเป็นคนรัดให้"

3 คนที่เหลือทำหน้าเอ๋อเหรอกันเป็นการใหญ่...
ตรงนี้คนที่ไม่ทราบเกี่ยวกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นคงจะงงกันไม่มากก็น้อย
ว่ามันแปลกตรงไหน? ตลกยังไง?
ข้อเท็จจริงก็คือการสวมใส่ชุดยูคาตะ และการรัดโอบิเนี่ย ยากมากๆ ครับ
เรียกได้ว่ามีพิธีรีตอง และขั้นตอนซับซ้อนถึงขนาดต้องมีการเรียนเฉพาะทางกัน
โดยปกติแล้วในครอบครัว คุณแม่จะเป็นคนที่ทำหน้าที่รัดโอบิให้ลูกๆ
แต่ก็ใช่ว่าคุณแม่ของทุกบ้านจะรัดเป็นเสมอไป
อย่างของบ้านคู่แฝดฮิอิรางิยังใช้โอบิแบบสำเร็จรูปแปะติดเอา
แม้กระทั่งมิยูกิเองยัง "ให้คนที่ร้าน(ที่เชี่ยวชาญ)รัดให้" (ยัยบูร์จัวส์เอ๊ย !!)
ผู้หญิงเก่งๆ ยังทำกันไม่ค่อยจะเป็น ผู้ชายจึงยิ่งไม่น่าจะทำได้
แต่พอถามโคนาตะกลับบอกว่า "ให้คุณพ่อรัดให้"
มันจึงเป็นเรื่องแปลกด้วยประการฉะนี้
"ทำไมคุณพ่อรัดได้เนี่ย?"
...คิดว่าทั้งสามคงอยากถามใจจะขาด แต่ก็ไม่กล้านั่นแหละ
เหตุการณ์ถัดมา นาทีที่ 4 ครึ่งเป็นการเปิดตัวละครตัวใหม่
นารุมิ ยูอิ (หรือชื่อเดิมโคบายาคาว่า ยูอิ) ซึ่งเป็นญาติของโคนาตะ

ยังจำกันได้ไหมครับ ในลัคกี้ สตาร์ตอนที่ 3
มีญาติของโคนาตะคนนึงกำลังจะแต่งงาน (จูน ไบรด์) และส่งการ์ดเชิญมาให้

...ญาติคนดังกล่าวก็คือยูอิคนนี้นี่แล
แถมเปิดตัวครั้งแรกก็โชว์เปิ่นเลยซะด้วยสิ
ในนาทีที่ 5 ท่าเล็งปืนยาวบ๊องๆ สารพัดท่าของยูอินั่น
มาจากภาพยนตร์เรื่อง EQUILIBRIUM (หรือชื่อ Rebellion ในญี่ปุ่น)
ที่นำแสดงโดยคริสเตียน เบล หรือแบ็ทแมนคนล่าสุดนี่เอง

เป็นอีกหนึ่งในหนังติดท็อปชาร์ทส่วนตัวของผู้เขียน (แนะนำๆ)
นาทีที่ 7 ซึคาสะซึ่งโชว์ภูมิเป็นครั้งแรกกล่าวว่า
"น้ำบลูฮาวายเนี่ย มันมีสีเหมือนกับค็อกเทลชื่อดังชนิดหนึ่ง
ตัวค็อกเทลเองก็ถูกตั้งชื่อตามภาพยนตร์ชื่อดังอีกที"
มันคือไอ้เรื่องนี้ครับ

...โอเย เอลวิส แฮส เลฟต์ เดอะ บิลดิ้ง
สมัยเด็กๆ ผู้เขียนชอบหนังเรื่องนี้เอาการ ภาพสวย เพลงเพราะ ฮิ้ว
อันนี้รู้กันเล่นๆ ก็แล้วกันครับ ว่าหนังมันหน้าตาแบบนี้
นาทีที่ 10 หน้ากากที่อยู่บนหัวของยูอิ คือปอนตะคุง

เป็นตัวละครตัวนึงจากเรื่อง ฟูลเมทัล พานิค? ฟุม็อฟ (อีกแล้ว)ครับ
ผู้กำกับแกก็ตั้งอกตั้งใจโปรโมทงานกำกับเก่าซะจริงๆ
นาทีที่ 9 เป็นการล้อเล็กๆ 2 เรื่อง
ตอนที่คางามิช้อนปลาทองขึ้นมาได้ แล้วตะโกนว่า "จับได้ละเฟ้ย"
มันเป็นคำพูดที่พระเอกในเรื่องโปเกมอนใช้จนติดปากครับ
โดยประโยคต้นตำรับมันคือ
"โปเกมอน เก็ตโตะ ดะ เซะ" (จับโปเกมอนได้ละเฟ้ย)
ที่พระเอกจะพูดทุกครั้งที่จับโปเกมอนใหม่ๆ ได้
พอจับได้ คางามิก็จ้องมองปลาทองอย่างซาบซึ้งแล้วพูดว่า
"ชั้นจะเอ็นดูเจ้าเอง เกียวปิจัง"
อันนี้ล้อการ์ตูนเก่าเรื่อง ปริศนาปลาทอง (คินเงียว จูอิโฮ)

ในเรื่องเกียวปิคือซูเปอร์ปลาทองที่สืบทอดกันมาหลายต่อหลายรุ่น
ของตระกลูฟุจิโนะมิยะ เป็นปลาทองที่ว่ายน้ำได้ บินได้
หายใจในอากาศได้ กินมันฝรั่งทอดก็ได้ (ตัวไรวะเนี่ย)
เจ้าของเกียวปิจริงๆ คือฟุจิโนะมิยะ จิโตเสะที่เป็นเพื่อนนางเอก
แต่ไม่รู้อีท่าไหนเกียวปิติดใจวาปิโกะที่เป็นนางเอก
ก็เลยอยู่ด้วยกันเสมอๆ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เจ้าของ
ปริศนาปลาทอง ตอนเล็กๆ ผู้เขียนละช้อบชอบๆ เพราะมันตลกดี
ทำเป็นเกมลงเครื่อง SFC ก็สนุก (เป็นปาร์ตี้เกมเล่นได้ 4 คน)
จนถึงตอนนี้ก็ยังต้องหยิบขึ้นมาเล่นเป็นครั้งคราวกับเพื่อนๆ เมื่อมีโอกาส
นาที่ที่ 11 ซึคาสะนั่งดูทีวี (คาดว่าเป็นรายการทำอาหาร)
ไอ้เสียง "บารุซามิโกะซื้---อ" ที่คอยหลอกหลอนซึคาสะนั่น
คือคำว่า バルサミコ酢 (บัลซามิโก้-สึ - น้ำส้มบัลซามิโก้)
ที่เป็นเครื่องปรุงในอาหารอิตาเลี่ยน

รากศัพท์ของคำว่าบัลซามิโก้ในภาษาอิตาลี่หมายถึง "มีกลิ่นหอม"
น้ำส้มตัวนี้ถือเป็นรสชาติซ่อนที่สำคัญในอาหารอิตาเลี่ยนอย่างหนึ่ง
เก็บความรู้รอบโต๊ะไปก่อน มาว่ากันถึงตัวมุข
จะว่าตลกมั้ย... คงต้องบอกว่าขึ้นอยู่กับประสบการณ์ผู้ดูแต่ละคนมากกว่า
ส่วนตัวผู้เขียน เข้าใจและซาบซึ้งดีกับมุขนี้ดีครับ
...จะพูดยังไงดีล่ะ
เคยมั้ยเวลาที่เราไปได้ยินเสียงหรือคำแปลกๆ มาจากไหนสักที่
... แล้วมันสลัดไม่หลุด
ไอ้เสียงหรือคำบ้าเนี่ย มันไม่ยอมหลุดจากหัว...
ผู้เขียนเคยมีประสบการณ์กับคำพื้นๆ อย่างคำว่า "ส้อม"
ไม่รู้มันมาจากไหน ตั้งแต่เช้ายันเย็น ได้แต่นึกถึงคำว่าส้อม
สะกดหน้า สะกดหลัง สอ ไม้โท ออ มอ ส้อม ส้อม ส้อม...
ยิ่งนานก็ยิ่งวิตกจริต คิดไปเรื่อย ส้อมเนี่ยมันอ่านว่าส้อมจริงรึเปล่า
ทำไมส้อมถึงอ่านว่าส้อม เราอ่านถูกแน่หรือ อ่านอย่างอื่นได้มั้ย
จับจดวนเวียนกับคำว่าส้อมทั้งวันอย่างไร้สาเหตุ...
ไอ้อาการนี้บางทีมันเกิดกับเนื้อเพลงบางเพลงที่มันติดหูอย่างบอกไม่ถูก
ติดหูที่ว่าไม่ใช่พูดเป็นสำนวน แต่มันติดอยู่ในหูจริงๆ
ไม่ว่าจะคิดอะไรอยู่ ในหัวมันก็จะร้องเพลงท่อนนี้ไปด้วย
อยู่ว่างๆ ใจลอยๆ เนื้อร้องบ้านี่มันก็จะผุดขึ้นมาเอง ไล่เท่าไหรก็ไม่ไป
อยากจะใช้สมองคิดอะไรสำคัญๆ ก็ทำไม่ได้ โดนเพลงแทรกอยู่ตลอด
ผู้เขียนคิดว่าผู้กำกับต้องการจะสื่อประสบการณ์เนี้ยแหละ
หรือไม่... มันก็เป็นบท ad-lib (พากย์สด) ของคุณฟุคุฮาระ คาโอริเอง
บารุซามิโกะซือ--- บารุซามิโกะซื้อ--- บารุซามิโกะซือ---
ฟังมากๆ มันก็หลอนจิตดีเหมือนกัน
ถ้าถามว่าหลอนขนาดไหน...
ก็ขนาดที่ว่า thread (กระทู้) ตามเว็บบอร์ดญี่ปุ่นโดนกันเป็นทิวแถว
พอๆ กับคำว่า "มานะคานะโมะ---" ของตอนที่ 3 เลย
เอ้่า บารุซามิโกะซื้---อ
ในนาทีที่ 11 ครึ่ง ฉากซึคาสะนั่งคุยโทรศัพท์กับโคนาตะ
บทสนทนาที่ผู้ดูจะได้ยินมีดังนี้
"งั้นเหรอ อื้ม น่ารักจริงๆ ด้วยเนอะ
ป้อมๆ กลมๆ แบบนั้น
รูปร่างที่เหมือนคุณกบนั่นก็ด้วย...
ใช่ ใช่ อื้อ...
เห... ใช้ยูเรเนี่ยมหมดสภาพแล้วนี่เอง
ยอดไปเลยเนอะ..."
ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ... ไอ้สิ่งที่ถูกพูดถึงในบทสนทนาข้างต้น มันคือไอ้นี่ครับ
Rk-92 Savage (หรือที่เรียกกันว่า ซาเวจ)
ซาเวจคือหุ่นยนต์สำหรับปฏิบัติการณ์ทางสงครามในเรื่อง
ฟูลเมทัล พานิค (ในเรื่องเรียกหุ่นพวกนี้ว่า อาร์ม สเลฟ)
เจ้าซาเวจนี่เป็นหุ่นกระจอกที่ผลิตจำนวนมาก
เพื่อมารับบทถูกพระเอกขยี้ในเรื่องนั่นเอง (ประมาณแซ็กในกันดั้ม)
ส่วนยูเรเนี่ยมหมดสภาพ (depleted uranium) ที่พูดถึงข้างต้น
คือธาตุยูเรเนี่ยมที่ถูกสกัดเอาไอโซโทป 235U ออกไปจนเหลือต่ำมาก
ทำให้มีการยึดเหนี่ยวกับระหว่างโมเลกุลสูง
ทางการทหารจึงมักจะนำมาสร้างเป็นเกราะแข็ง หรือกระสุนเจาะเกราะ
ซึ่งในเรื่องก็ถูกใช้เป็นส่วนประกอบของเจ้าซาเวจนี้เอง
... ตกลงที่ทาง Kyoto Animation เปลี่ยนผู้กำกับมาเป็นคุณทาเคโมโตะเนี่ย
เพื่อจะมาโปรโมท ฟูลเมทัล พานิค ใช่มั้ยน่ะ? ดูแต่ละมุขเขาสิ
นาที่ที่ 12 ครึ่ง ฉากที่โคนาตะนั่งเล่นเกมออนไลน์
มีจุดน่าสังเกตอยู่ 2 จุด จุดแรกชื่อผู้เล่นที่อยู่ในปาร์ตี้เดียวกับโคนาตะ

yamanka = ยามาคัน (ยามาโมโตะ คันโตกุ - ผู้กำกับยามาโมโตะ)
gotongo = น่าจะเป็นคุณโกโต โชจิ ซึ่งเป็นผู้แต่งนิยายฟูลเมทัล พานิคนี่เอง
เอ๊า ตกลงที่คุณยามาโมโตะหยุดกำกับลัคกี้ สตาร์ไป
ก็เพราะติดเกมออนไลน์หรอกเรอะน่ะ...
จริงๆ ก็เห็นมาหลายตอนแล้วละ... ไอ้ฟิกเกอร์ที่วางอยู่บนเคสคอมโคนาตะ
แต่ตอนนี้มันเห็นชัดดี เลยอดไม่ได้ที่จะกล่าวถึง

เอิ้ว... ปังย่ามั้ยสาดดด หนูคูนี่เอง...

ส่วนตัวที่อยู่ข้างๆ กันคือฟิกเกอร์อาสึกะจากเอวานเกเลี่ยน
ตัวนี้ค่อนข้างเก่ามาก เลยหารูปประกอบไม่ได้ แค่ชื่อก็แล้วกัน
ที่พูดถึงก็ไม่ใช่อะไรหรอก เคยสนใจอยากได้อยู่เหมือนกันตัวนี้ (ฮี่)
แต่เผอิญช่วงหลังเลิกเล่นปังย่าไปก่อน ก็เลยเป็นอันไม่ได้ซื้อไปซะ
นาทีที่ 17 เป็นช่วงที่โคนาตะนั่งเล่นเกมออนไลน์ครั้งที่สอง
เพื่อผ่อนคลายหัวสมองจากการทำการบ้าน
คงฟังกันรู้ใช่ไหมครับว่าโคนาตะฮัมเพลงอะไร
มันก็คือเพลง 冒険でしょでしょ? (โบเค็น เดะโช เดะโช?)
เพลงเปิดของ สึซึมิยะ ฮารุฮิ โนะ ยูอุตสึ ... อีกแล้ว
คุณฮิราโนะเธอคงต้องถูกผูกกับตัวละครตัวนี้ไปจนตาย... เชื่อเถอะ
อย่างไรก็ดี เนื้อเพลงโคนาตะเธอเล่นเอามาร้องแผลง
กลายเป็น "โซโลงาริ เดะโช เดะโช?" (ไปโซโล่กันมั้ย?) ซะงั้นแหละ
หลังจากไล่โซโล่ตีมอนได้แป๊บๆ โคนาตะก็ได้ไอเท็มหายาก

ดาบมารเลวาทีน
...ก็ยังคงไม่พ้น ฟูลเมทัล พานิค
มันคือ ARX-8 Laevatein ที่เป็นอาร์ม สเลฟรุ่นใหม่ของพระเอกในเรื่อง
ซึ่งตั้งชื่อตามชื่อดาบเลวาทีนตามตำนานของไวกิ้งนั่นเอง
(ในเนื้อหาฟูลเมทัล อาร์ม สเลฟซีรียส์ ARX ชื่อจะเป็นชื่ออาวุธ
เช่น ARX-6 Halberd, ARX-7 Arbalest, ARX-8 Laevatein)
นอกจากนี้ชื่อเลวาทีนยังไปโผล่ในอีกหลายๆ เรื่อง
ดาบเลวาทีนของซิกนัมใน Lyrical Nanoha A's บ้างละ
ดาบสุดยอดในเกม Star Ocean บ้างละ
อาวุธของมิคาเอลใน BASTARD บ้างละ
ทั้งหมดล้วนมีที่มาจากตำนานไวกิ้งทั้งสิ้นครับ
....
ตอนนี้อีตาชิราอิชิก็เล่นมุข "ซื้---อ" กะเค้าด้วย
เป็นลูกหลงมาจาก "บารุซามิโกะซื้---อ" หรือไรกัน (ก็บอกแล้วว่ามันหลอน)
โดยรวมแล้วลัคกี้ แชนเนลตอนนี้พูดถึงเกมออนไลน์
มีคำนึงที่ผู้เขียนอยากพูดถึงเป็นพิเศษ นั่นคือคำว่า เนะกามะ ครับ
เนะกามะ แผลงมาจากคำว่า เน็ต (อินเตอร์เน็ต) และ โอกามะ (กระเทย)
เน็ต + โอกามะ = เนะกามะ จะแปลตรงๆ ก็ได้ว่า กระเทยออนไลน์
ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกเหล่าผู้ชายที่เล่นเกมออนไลน์
แล้วเลือกเล่นเป็นตัวละครหญิง พร้อมสวมบทบาทหญิงแบบเต็มร้อยนั่นเอง
ไม่ใ่ช่แค่หน้าตาตัวละคร แต่รวมถึงการพูดจาและการกระทำอื่นๆ ด้วย
ซึ่งในบางครั้งมันก็ยากที่จะรู้ได้ว่าตัวละครในเกมที่มีปฏิสัมพันธ์ด้วย
ถูกควบคุมโดยผู้หญิงแท้แน่หรือเปล่า
เนื่องจากว่าธรรมชาติของภาษาญี่ปุ่นนั้น ไม่ระบุเพศผู้พูดนั่นเอง
นอกจากนี้เนะกามะจำนวนหนึ่งในสังคมออนไลน์ญี่ปุ่น
มีพฤติกรรมเข้าข่ายหลอกลวงผู้เล่นอย่างที่อากิระทำในลัคกี้ แชนเนล
กล่าวคือ เล่นเป็นผู้หญิง เพื่อออดอ้อนผู้เล่นชายอื่นๆ หวังผลต่างๆ นานา
ไม่ว่าจะเป็นความช่วยเหลือ เงิน หรือแม้แต่สิ่งของเครื่องใช้ดีๆ ทั้งหลาย

ถูกหรือผิดก็คงต้องขึ้นอยู่กับวิจารณญาณส่วนตัวแล้วละ..
*edit*
มีไปรษณีย์บัตรจากทางบ้านโดยคุณ tamanxzg จังหวัดกรุงเทพ (.... มั้ง?)
ถามเข้ามาเกี่ยวกับลัคกี้ แชนเนลตอนนี้ว่าอากิระวีนแตกอะไร
ผู้เขียนเข้าใจว่าคงจะหมายถึงตอนที่วีนแตกหลังไมค์นั่นใช่ไหมครับ?
ผมแปลบทสนทนาให้เลยก็แล้วกัน
อากิระ "... หน้าที่ 38 คัตที่ 12"
ชิราอิชิ ".. ครับ?"
อากิระ "ยูทากะนี่มันใครกันเว้ยเฮ้ย !!"
ชิราอิชิ "วันนี้โมโหตรงจุดนั้นเหรอครับเนี่ย !!?"
อากิระ "ชื่อชั้นน่ะอากิระว้อยย !! ไปตามคนรับผิดชอบม้าาาา !!!"
ชิราอิชิ "ผู้กำกับครับ ผู้กำกับ !! ไม่ดีกว่า โปรดิวเซอร์ โปรดิวเซอร์คร้าบบ"
"คุณอากิระ ใจเย็นลงหน่อยเถอะ ขอร้องละครับ"
อากิระ "แฮ่ก แฮ่ก... เนี่ยนะ... ถ้าอย่างชื่อชิราอิชิ มิโนรุของนายน่ะ
มันเกิดกลายเป็นชื่ออื่นไป... เป็นต้นว่า สึ... ! (พรึ่บ)"
ตรงนี้ผู้เขียนเข้าใจว่าเป็นบท Ad-lib ของคู่อากิระกับชิราอิชิครับ
ก็คงต้องอธิบายเพิ่มเติมละ ว่า Ad-lib คืออะไร...
ในวงการนักพากย์นั้น มันจะมีบางครั้งบางครา (จนถึงบ่อยๆ)
ที่ได้รับสคริปต์บทพากย์มาจากทางผู้กำกับแล้ว
จะมีบางจุดเขียนกำกับไว้ว่า Ad-lib ซึ่งนักพากย์จะเข้าใจโดยพร้อมกันว่า
ช่วงนั้นเป็นบทด้นสด (Ad-lib = การแสดงหรือพูดโดยไม่มีการเตรียมบท)
นักพากย์จะพากย์อะไรลงไปก็ได้ตามใจ ออกมาแล้วโอเคเป็นใช้ได้
ซึ่งสำหรับคู่อากิระและชิราอิชิแล้ว นับเป็นเรื่องหวานหมูครับ
เพราะคู่นี้ (คุณชิราอิชิ และคุณคอนโนะ) แกทำงานเว็บเรดิโอกันมานาน
คุณคอนโนะส่งมุข คุณชิราอิชิก็จะรู้ตัวทำหน้าที่ตบมุขกลับได้ทันควัน
ผู้เขียนรู้สึกว่าไอ้หลังไมค์ของแต่ละตอนเนี่ย
มันอาจจะเป็นบท Ad-lib ทั้งหมดทุกตอนเลยก็เป็นได้กระมัง
แบบว่า อยากเล่นมุขอะไรก็เล่นไปเล้ย ผู้กำกับอนุญาต...
กลับมาที่เรื่องยูทากะนั่นก่อน
รู้สึกว่าตอนนี้จะมีการพิมพ์ชื่อผิดในหนังสือบท จากชื่ออากิระ เป็นยูทากะ
ก็ไม่รู้ว่าเป็นการผิดจริงๆ ของกองถ่าย หรือว่ามุข
แต่อ่านจาก thread ญี่ปุ่นมีคนพูดว่าน่าจะผิดจริง
คุณคอนโนะเลยหยิบยกขึ้นมาเป็นมุขในส่วนของบท Ad-lib หลังไมค์
(หรือจะเป็นการแซวชื่อคุณยามาโมโตะ ยูทากะกันแน่?)
สำหรับเพลงจบของตอนนี้... คิดว่าเด็กผู้ชายและหนุ่มๆ น่าจะรู้จักกันทุกคน
CHA-LA HEAD-CHA-LA ที่เป็นเพลงเปิดของเรื่อง Dragonball Z ครับ
(ไม่ต้องลงรูปนะ) และเจ๊ฮิราโนะ (โคนาตะ) ก็กระแทกอารมณ์เมามัน
ได้ไม่แพ้คุณคาเงยาม่า ฮิโรโนบุ อันเป็นต้นตำรับเลยทีเีดียว
เพลงนี้เป็นเพลงนึงที่ผู้เขียนต้องร้องเกือบทุกครั้งที่ไปคาราโอเกะ :P
จิไคโยโกกุ (พรีวิวตอนต่อไป) ตอนนี้สนุกครับ...
"ตอนเริ่มเล่นมอนฮันดอส ใช้อาวุธล่าเกียนอส 5 ตัวจนผ่านเงื่อนไขเควสต์
กลับมาหมู่บ้าน รับเควสต์จากผู้ใหญ่บ้าน ออกล่าเกียนอสอีก 5 ตัว
เจอหญ้าภูเขาหิมะก็ขุด เจอลิ้นของโปโปก็ไล่ตัด ไม่กลับหมู่บ้าน จนรู้ตัวว่ากล่องสำหรับใส่ของที่รวบรวมมามันเต็ม
ของรางวัลกับเงินเลยได้น้อยลง เพราะไม่ยอมอ่านคู่มือแท้ๆ เชียว...
เคยเอาเรื่องนี้มาประยุกต์ใช้กับชีวิตจริงๆ กันบ้างมั้ยคะ?"
... ใครไม่ขำไม่ทราบ แต่ผู้เขียนขำกลิ้ง
เกมที่โคนาตะพูดถึงคือ มอนสเตอร์ ฮันเตอร์ ดอส (ดอส แปลว่า 2)
ซึ่งตัวผู้เขียนเองกำลังเล่นติดหนึบอยู่บนเครื่อง PSP ครับ

ตอนเล่นใหม่ๆ ผู้เขียนก็เคยพลาดแบบเดียวกันเสียด้วยสิ
...แม้กระทั่งตอนนี้ก็ยังพลาดแบบนั้นบ่อยๆ
ก็เอาเป็นว่าจบย่อยมุขตอน 5 เพียงเท่านี้...
สัปดาห์นี้ผู้เขียนจะมีงานเข้ามาหลายงาน
อาจจะเจียดเวลามานั่งเขียนบล็อกได้น้อยลง
แต่ก็จะพยายามรีบอัพเดตให้ทันเท่าตอนล่าที่เพิ่งฉายครับ
พอหลังจากนั้นก็จะสบายละ แค่อัพเดตสัปดาห์ละครั้ง
ป.ล. - ตอนที่เขียนบทความอยู่นี่...
เกม Shin Lucky Star Moe Drill Tabidachi ภาคใหม่บนเครื่อง DS
ออกมาให้เห็นแล้วครับ เห็นว่าระบบยังคงเดิม แต่มีเนื้อหาใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา
ทีมนักพากย์ก็รู้สึกจะเป็นทีมเดียวกับเกมภาคก่อน (ไม่ใช่ทีมอนิเม)
ส่วนตัวยังไม่ได้ว่างลอง ใครเล่นแล้วก็มาเล่าสู่กันฟังบ้างเน้อ
บ๊ายนี---