โอฮาลัคกี้---
(ส่ง SMS เข้ามา ถ้าคุณรู้สึกเบื่อกับการทักทายซ้ำซาก)
Disclaimer
เนื่องด้วยว่ามุขที่ปรากฏในลัคกี้ สตาร์ตอน 6 นี้
เต็มไปด้วยมุข Local ในประเทศ ที่ถึงแม้จะเสพสื่อมามาก
แต่ก็ไม่อาจทำความเข้าใจกับมุขพวกนี้ได้หมด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งมุขที่มาจากโฆษณา รายการโทรทัศน์ และนวนิยาย
ที่ออกเผยแพร่ หรือตีพิมพ์แต่เฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น
ดังนั้นข้อมูลส่วนมากที่จะเขียนลงในบทความตอนนี้
จึงเป็นข้อมูลที่ได้จากการค้นหาทางอินเตอร์เน็ต
ตัวผู้เขียนเองไม่สามารถยืนยันความถูกต้องได้เต็มร้อย
หากมีข้อผิดพลาดประการใดในบทความย่อยมุขตอนนี้
ให้โทษความเห็นที่ 1 3 5 7 13 และ 17 ...
จึงเรียนมาให้ทราบโดยทั่วกัน
เจ้าของบล็อก
ลัคกี้ สตาร์ตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นตอนเปลี่ยนบรรยากาศเลยก็ว่าได้
เพราะนานๆ จะได้เห็นเหตุการณ์นอกโรงเรียนและนอกบ้านที
แต่ทั้งๆ ที่น่าจะเป็นตอนแช่มชื่นใจ... ผู้เขียนกลับต้องกุมขมับ
กับมุขร้อยแปดที่ดูไม่รู้เรื่องมากที่สุดตอนหนึ่ง
ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าจะเหลือมุขที่เข้าใจให้ย่อยได้กี่มากน้อย
เฮ้อ..
เริ่มจากนาที่ 2 ครึ่ง หมัดเด็ดคำโตเข้าเบ้าตาอย่างจัง
กับมุข Initial D การ์ตูนแข่งรถซิ่งเรื่องดังของยุคนี้
(ปัจจุบันฉายมาแล้ว 4 season ล่าสุด ถึง Forth Stage)

คิดว่าคงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก
ต่อให้ไม่รู้จัก Initial D ก็น่าจะดูแล้วตลก
ก็แหม... จู่ๆ คุณพี่ยูอิก็เข้าโหมดหน้าเข้มจริงจังซะงั้น

ยูอิ "จุดตัดสิน... อยู่ตรงโค้งแฮร์พิน 5 อันรวดข้างหน้า !!"
(บทพูดแบบทาคุมิ พระเอกในเรื่องเป๊ะ)
แต่ถึงจะซิ่งขนาดไหน ด้วยความเป็นตำรวจจราจร
เจ๊ยูอิก็เลยรักษาความเร็วไว้ที่ 40 กิโลต่อชั่วโมงเป๊ะตามกฏ

ซิ่งสะบัดขนาดนั้น...
40 กิโลต่อชั่วโมงจริงเรอะฟะ !?

คางามิ "ไอ้วิธีขับแบบโจเมะโจเมะ D นี่มันอะไรก๊านน !!"

โคนาตะ "คุณนานาโกะเนี่ย ขับรถเก่งจังนะ"
นานาโกะ "อ๋า.. เหรอ..."
โคนาตะ "จริงๆ แล้วโคนาตะเนี่ย ขึ้นรถเป็นต้องเมาทุกที ปกติเลยต้องพกยาแก้เมารถมาด้วย แต่คุณนานาโกะขับเก่ง จนโคนาตะไม่รู้สึกคลื่นไส้เลยละ--"

นานาโกะ "สถานการณ์แบบนี้ รับมุขไม่ออกว้อยย !!"
(อ้าว? 'จารย์ก็ดู Initial D เหมือนกันนี่)
ไอ้ด้านบนนี่เป็นบทสนทนาในเรื่อง Initial D เช่นกันครับ
เป็นตอนที่พระเอกพานางเอกไปเที่ยวทะเลครั้งแรก
บทพูดที่โคนาตะพูดคือบทของนางเอกในเรื่องพูดกับพระเอก
ใครอ่านการ์ตูนหรือดูอนิเมมาน่าจะพอจำกันได้บ้างกระมัง
...ว่าแต่ พวกหล่อนบอกจะไปทะเล
แล้วไปดริฟต์บ้าอะไรกันอยู่บนภูเขา !?
กว่าจะมาถึงทะเลกันก็เย็นย่ำแล้ว... จริงจังหน่อยซี่
เช้าวันถัดมาในที่สุดพวกโคนาตะก็จะได้ลงทะเลกันเสียที

โอ๊ววว ! ชุดว่ายน้ำโรงเรียน !
มิหนำซ้ำยังเป็นชุดตั้งแต่โคนาตะยังเรียนประถม (ห้อง 6-3)
ตอนนี้พวกโคนาตะเรียนอยู่ ม.ปลายปี 2 (ม.5)
5 ปีผ่านไปหล่อนไม่โตขึ้นเลยเรอะ !! ยัยเปี๊ยกเอ๊ย !
(ปกติชุดว่ายน้ำของเด็กประถมจะเขียนชื่อ และก็ห้องเรียนไว้
เพื่อที่ชุดจะได้ไม่หายหรือไปสลับกับของใครเข้า... ก็เด็กๆ น่ะนะ)
นาทีที่ 5 ครึ่ง
โคนาตะ "ไอ้ผูกตาตีแตงโมเนี่ย เคยเห็นในการ์ตูนหรืออนิเมบ่อยๆ แต่เอาเข้าจริงไม่เห็นมีเลยแฮะ"
คางามิ "จะว่าเคยก็เคยเห็นอยู่บ้างหรอก แต่มันเปลืองละมั้ง"
โคนาตะ "ก็คงจริง ถ้าเอาปืนไปยิงแตงโมเข้า แตงโมมันก็ต้องเละเต็มตัวละนะ"

คางามิ "ไม่ต้องลากเข้าอนิเมเลย..."
...มีไอ้บ้าที่ใช้ปืนยิงแตงโมแทนไม้ตีจริงๆ อยู่คนนึง....
ซางาระ โซสึเกะ พระเอกจากฟูลเมทัล พานิค? ฟุม็อฟ (อีกแล้ว) ครับ
มุขยังวนเวียนอยู่แถวๆ นี้แหละ
ปลายๆ นาทีที่ 6 ตอนซึคาสะนั่งลงบนม้านั่งไม้
ซึคาสะพูดออกมาว่า "ยกโค่ยโชอิจิ..โตะ"

ตรงนี้เป็นการล้อคำว่า "ดกโค่ยโฉะ" หรือ "โย่ยชตโตะ"
อันเป็นคำติดปากในภาษาญี่ปุ่นที่มีความหมายประมาณว่า "เอ้า อึ๊บ"
มักจะพูดกันเวลาจะออกแรง หรือขยับตัวทำอะไรสักอย่าง
เช่นการยกของ วางของ การลุก การนั่ง เป็นต้น
ที่มาของยกโค่ยโชอิจินั่น มาจากชื่อคนสำคัญคนนึงของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น
คือนาย โยโคอิ โชอิจิ ทหารญี่ปุ่นคนสุดท้ายที่เหลือรอดจากสงครามโลก

ท้าวความไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ....
ปี 1941 โยโคอิ โชอิจิ ถูกจักรวรรดิญี่ปุ่นส่งไปพร้อมกับทหารอื่นๆ
เพื่อทำการยึดครองเกาะกวม แต่หลังจากนั้น 3 ปี ...
ในปี 1944 อเมริกาชนะสงคราม และเข้ายึดเกาะกวมคืนกลับมา
โยโคอิจึงหนีลงไปในถ้ำใต้ดินของเกาะเพื่อซ่อนจากสายตาทหารอเมริกัน
...เขาซ่อนตัวอยู่ในนั้นเป็นเวลา 28 ปี
ในปี 1972 มีผู้คนบนเกาะกวม 2 คนพบตัวนายโยโคอิ
ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้กลับบ้านในฐานะของ "ทหารญี่ปุ่นคนสุดท้ายในสงคราม"
และเป็นที่โจษขานกันทั่วทั้งประเทศ... โยโคอิกลายเป็นคนดังแห่งยุค
ได้ปรากฏตัวบนสื่อต่างๆ มากมาย มีสารคดีชีวิตส่วนตัวของเขาเอง
และได้เข้าพบจักรพรรดิ์อากิฮิโตะอันเป็นเกียรติอันสูงค่ายิ่งในชีวิต
คำว่ายคโค่ยโชอิจิ ที่แผลงมาจากชื่อของเขา
จึงกลายเป็นคำติดปากผู้คนในยุคนั้น และใช้ักันทั่วไปจนถึงปัจจุบัน
(หมายเหตุ - นี่ไม่ใช่คาบเรียนประวัติศาสตร์ แค่คล้ายๆ จะใช่...)
ว่ากันว่าเป็นบท Ad-lib เสียด้วย มุขนี้.... สั้นๆ แต่ล้ำลึก
คุณฟุคุฮาร่าสุดยอ---ด
ประมาณนาทีที่ 7 ครึ่ง ฉากคุณครูนานาโกะดื่มเบียร์

มีใครคุ้นๆ ว่ามันเหมือนกับฉากที่มิซาโตะดื่มเบียร์
ในเรื่อง Evangelion มั้ยหนอ... คัตเดียวกันเป๊ะเลย ปุ๊ฮ่า--ห์
และในช่วงที่ทุกคนกำลังเริงร่ากับเมนูอาหารชายหาดนั่นเอง
คางามิก็ทะลุกลางปล้องขึ้นมา
คางามิ "มันอร่อยถึงขนาดต้องกิ๊วก๊าวกันขนาดนั้นเลยเรอะ"
โคนาตะ "ก็ป่าว ไม่ได้อร่อยขนาดนุ่งผ้าเตี่ยวตัวเดียววิ่งลงทะเลหรอก"
คางามิ "... มุขอนิเมอะไรอีกล่ะ"

...แหม่ ก็แค่มุขดักแก่จากเรื่อง Mister Ajikko เท่านั้นเอง ทำเป็น...
สมัยนั้นวิดีโอสแควร์ตั้งชื่อไทยเรื่องนี้ว่า พ่อครัวรุ่นจิ๋ว
มิสเตอร์อาจิกโกะเป็นการ์ตูนทำอาหารเก่าแก่เรื่องนึง
และตามสไตล์การ์ตูนทำอาหาร เวลากรรมการชิมอาหารปุ๊บ
มันก็จะต้องมีรีแอ็คชั่นเพี้ยนๆ ของกรรมการออกมาให้ดูกันปั๊บ
ซึ่งไอ้นุ่งผ้าเตี่ยวผืนเดียววิ่งลงทะเลก็คือหนึ่งในรีแอ็คชั่นจากเรื่องนี้นี่เอง

หนังสือการ์ตูนฉบับเขียนใหม่ ลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ
ใช้ชื่อไทยว่า พ่อครัวจอมมายา ... ออกมาได้ 5 เล่มแล้วครับ
เป็นหนึ่งในการ์ตูนโปรดผู้เขียน แนะนำให้ลองหาอ่านกันดู สนุกดีๆ
มาถึงบรรยากาศชายทะเลในนาทีที่ 8 ครึ่ง
มันทำให้ผู้เขียนนึกถึงชายทะเลในอนิเมเรื่อง Air ซะเหลือเกิน
ไม่ทราบว่าเป็น Footage เหลือวนกลับมาใช้หรือเปล่านี่?

อ๊ะ โซระ... เอ่อ ไม่ใช่อีกานี่หว่า
เหตุการณ์ต่อมาในนาทีที่ 9
เป็นฉากอาบน้ำที่ทำให้หนุ่มๆ แช่มชื่นใจ (ถึงจะไม่เห็นอะไรเลยก็ตาม)
และเป็นจุดเริ่มแห่งความหายนะ เนื่องจากมีส่วนที่ไม่เข้าใจเยอะมาก
(กรุณาย้อนกลับไปอ่าน Disclaimer ↑ ในกรณีที่ยังไม่ได้อ่าน)

ส่วนตั๊วส่วนตัว ... โคนาตะในซีนนี้น่ารักดีครับ
สระผมพลางพึมพัม "ขยุก ขยุย ขยุก ขยุย"
จี้เส้นดีพิกล...
ส่วนที่มิยูกิอธิบายถึงเรื่องน้ำทะเลกับเส้นผมเสียยืดยาวนั่น
ไม่ขอพูดถึงละกัน เพราะไม่ได้เป็นมุขอะไรพิเศษ...
แต่เมื่อนาทีที่ 10 ครึ่งเวียนมาถึง... มันก็ได้เริ่มต้นขึ้น
โคนาตะเอามือลูบผมพลางพูด "ทีโมเท ทีโมเท ทีโมเท้--" พลาง
ตอนแรกไม่เข้าใจว่ามันสื่ออะไร จนได้ไปหาข้อมูล และก็ถึงบางอ้อ

มันคือโฆษณาแชมพูสระผมยี่ห้อ Timotei (ทิโมเท)
ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท Uni-Lever นี่เอง
ในตัวโฆษณาจะเป็นภาพของสาวผมทองสระผมแล้วเอามือลูบผม
แบบเดียวกับที่โคนาตะทำ แล้วก็พูดชื่อผลิตภัณฑ์ "ทิโมเท ทิโมเท"

โฆษณาตัวนี้เคยฉายในไทยด้วยแหละ สมัยผู้เขียนยังเด็กๆ
ก็ไม่แปลกหรอกที่พวกคางามิจะไม่รับมุข โฆษณาเก่าปี 1984 เชียว
นังโคนาตะต่างหาก เกิดทันมารู้จักได้ยังไง
ขนาดคุณครูนานาโกะยังทัก "หล่อนอายุเท่าไหร่แน่ยะ?"
และหายนะอันดับ 2 ของตอน คือตอนที่โคนาตะเอามือจับคาง
"อื---ม... แมนดัม"

นอกเหนือความเข้าใจของผู้เขียนยิ่งนัก จนต้องไปควานหาข้อมูลมา
และได้พบว่า แมนดัม คือชื่อสแตนด์....
... เอ้อ ไม่ใช่ๆ
แมนดัม (Mandom) คือชื่อบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์เสริมหล่อบุรุษชื่อดังครับ
พวกครีมรักษาผิว หรือยาย้อมผมยี่ห้อ GATSBY กับ LUCIDO นี่ละ
มุขที่โคนาตะเล่นมาจากโฆษณาเก่าของแมนดัมออกฉายปี 1970
โดยมี Charles Bronson ดาราดังฮอลลีวู้ดเป็นพรีเซนเตอร์ให้
จนวลี "อื---ม... แมนดัม" กลายเป็นคำฮิตติดปากผู้คนในยุคนั้นไป
... เก่ากว่าทีโมเทตะกี๊อีก
ปี 1970 ผู้เขียนยังเป็นวิญญาณเร่ร่อนอยู่ไหนก็ไม่รู้
แต่นังโคนาตะดันรู้จัก... ชาติก่อนของหล่อนหรือไงกัน ฮึ?
wikipedia จงเจริญ....
ซีนต่อมา สิ่งที่โคนาตะพูดถึง ใครเคยเล่นเกมจีบสาว
จำพวกแอ็ดเวนเจอร์ น่าจะเคยทำกันทุกคนใช่มั้ยเอ่ย
"ตรงนี้ละจุดเกิดอีเวนท์ เพื่อที่จะได้ดูเนื้อเรื่องทั้งสองทาง
ก่อนเลือกคำตอบก็ต้องเซฟซะก่อน"
ว่าแล้วโคนาตะก็จัดแจงวางกับดักใส่มิยูกิให้เกิดอีเวนท์เองเลย
แต่ก็มัวคุยเพลินจนพลาดเก็บภาพอีเวนท์ซะได้
นาทีที่ 12 ครึ่ง ไม่ได้เป็นมุขแฝงอะไร
แต่เป็นบทสนทนาที่ฟังแล้ว... เอ้อ
ซึคาสะ "เอ๊ะ มีอะไรเหรอ"
คางามิ "เอ้อ ป่าว ก็แค่คิดว่าซึคาสะจัดการเรื่องโกนขนยังไง"
ซึคาสะ "ของหนูค่อนข้างจะโล่งน่ะ เลยไม่ได้โกนเกินอะไรเลย"
คางามิ "หื---ม"
ซึคาสะ "แล้วพี่ล่ะ?"
คางามิ "พี่เหรอ... เอ่อ พี่... ก็แบบว่า... ปกติละมั้ง"
ซึคาสะ "......"
คางามิ "....... จริงๆ แล้ววันนี้ ค่อนข้างอันตรายนะเนี่ย"
ซึคาสะ "เอ๋ อะไรอันตรายเหรอ?"
คางามิ "เอ้อ ก็... ไอ้นั่นน่ะ... มันเกือบๆ จะมาพอดี"
ซึคาสะ "อ๋อ ไอ้นั่นสินะ เหรอๆ โชคดีจังเลยนะ"
คางามิ "ซึคาสะไม่เป็นไรเหรอ?"
ซึคาสะ "อื้อ ของหนูเพิ่งพ้นไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเอง ก็คิดอยู่ว่าจังหวะเหมาะเหม็งเลยละ"
คางามิ "เวลาแบบนี้เนี่ย ลำบากจังเลยเนอะ"
ซึคาสะ "นั่นสิ ถ้าลงเล่นน้ำทะเลไม่ได้คนเดียวคงเหงาแย่ แถมต้องใช้ไอ้แบบนั้นอีก"
คางามิ "ใช่ๆ คงอึดอัดน่าดูเลย"
ซึคาสะ "หนูเองก็ไม่เคยใช้เหมือนกันแหละ"
โคนาตะ "สนทนาเรื่องอะไรกันอยู่เอ่ยทั้งสองคน"
คางามิ "ของหล่อนเองเถอะ เป็นยังไงมั่ง?.....
คางามิ ".... ฮะ !!! หรือว่า... !!?"

โคนาตะ "ทำหน้าแบบนั้นหมายฟามว่าไง?"
คางามิ "ปล๊าววว"
ดีแล้วเรอะ !? ผู้กำกับทาเคโมโตะ !!
ใส่เนื้อหาแบบนี้ลงไปในอนิเม ดีแล้วเรอะครับ?
ไม่เป็นไรแน่นะ? เอาจริงอ๊ะ?
หนุ่มๆ ที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
ถามสาวๆ ที่แวะเวียนเข้ามาอ่านบล็อกนี้เองแล้วกันครับ... อะแหะ
ฉากต่อมา สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการพักเรียวกัง (บ้านพักตากอากาศ)
มันก็คือการล้อมวงเล่าเรื่องผีนี่แหละ พวกโคนาตะเองมีหรือจะพลาด
ใจจริงก็อยากจะแปลทั้งหมดที่โคนาตะเล่า เพื่อคนอ่านจะได้อารมณ์ร่วมเอง
แต่อีกใจก็กลัวว่าจากบล็อกย่อยมุข จะกลายเป็นบล็อกเล่าเรื่องสั้นไป
และคิดว่าท่านผู้อ่านบล็อกคงได้ดูเนื้อหาจริงในลัคกี้ สตาร์กันมาหมดแล้ว
สรุปเนื้อหาที่โคนาตะเล่าถึง
พนักงานบริษัททำหนังคนนึง เดินทางกลับบ้านด้วยรถเมล์ยามดึก
พอผ่านไปหลายป้ายเข้าผู้โดยสารก็ลดลงตามลำดับ
จนสุดท้ายเหลือแต่ตัวเขากับคนขับเพียงลำพัง...

ด้วยความเข้าใจผิดนึกว่าไม่เหลือใครบนรถแล้ว
จู่ๆ คุณคนขับรถก็ร้อง
"DANZEN ! ฟุตาริ วะ พรีเคียว"
ออกมาด้วยเสียงอันดังลั่น !!
กรี๊ดดดดด อ๊าาาากกก....
...หักมุมกันซะงั้น
DANZEN!ふたりはプリキュア (ดันเซ็น ! ฟุตาริ วะ พรีเคียว)
ก็คือเพลงเปิดของอนิเมเรื่อง ฟุตาริ วะ พรีเคียว ภาคแรกสุดครับ
(ชื่อไทย มหัศจรรย์สาวน้อยพริตตี้เคียว)
สรุปแล้ว... คุณคนขับรถเมล์เป็นโอตากุนั่นเอง อะฮ้า---
เห็นว่าเป็นเรื่องจริงบนบอร์ด 2chan ของญี่ปุ่น
นาทีที่ 15 มุขที่โคนาตะเอามาใช้หลอกซึคาสะให้ตกใจเล่น
ทั้งสองมุขมาจากละครญี่ปุ่นเรื่อง 犬神家の一族
(อินุงามิเคะ โนะ อิจิโซกุ - ครอบครัวตระกูลอินุงามิ)
เรื่องนี้เป็นนิยายมาก่อน และโด่งดังจนถูกสร้างแล้วสร้างอีก
เป็นละครทีวีทั้งหมด 5 รอบ และเป็นหนังโรงอีก 3 รอบ
ออกเป็น DVD ในไทยด้วยครับ
ใช้ชื่อว่า "คินดะอิจิ ตอนคดีฆาตกรรมบ้านอินุงามิ"

มาถึงลัคกี้ แชนเนลตอนนี้ อากิระทักทายผู้ดูแล้วจบด้วยคำว่า
きゃる~ん☆ (เคีย รู้---น)
คำนี้เป็นคำพูดติดปากของนางเอก สวาตี (เทพธิดาสารัสสวาตี)
มาจากเกมและอนิเม (18) เรื่อง แคนแคนบันนี่ ครับ
เป็นเกมเก่าแก่ศักราชที่แฟนๆ เกมผู้ใหญ่ทั่วญี่ปุ่นระดับเก๋าต้องเคยผ่าน

ชิราอิชิถึงกับต้องหลุดปากออกมาว่า "ฝืด..."
แต่พูดไม่ทันจบดีก็โดนอากิระกระชากคอ CQC ซะก่อน
เพลงจบตอนนี้ ในที่สุดก็คือตาซึคาสะร้องเสียที

Valentine Kiss (วาเลนไทน์ คิส)
แถมได้โคนาตะเป็นลูกคู่ร้องแทรกให้อีกตะหาก เข้าท่าไม่หยอก
มีอยู่ท่อนนึงที่โคนาตะร้องแทรกมาว่า "ไม่ใช่คุนินามะ ซายูริสินะ"
เป็นการแซวชื่อผู้ร้องเพลงนี้ครับ
โดยชื่อจริงๆ ของเธอคือ โคคุโช ซายูริ (国生さゆり)
แต่สกุลโคคุโชเนี่ย มันอ่านแบบทื่อๆ ได้อีกอย่างว่า คุนินามะ
วาเลนไทน์ คิสเพลงนี้ถูกขับร้องครั้งแรกในปี 1986
เป็นซิงเกิลเปิดตัวของคุณซายูริเลยก็ว่าได้
ล่าสุดเห็นว่ามีการ Renew เพลงนี้ใหม่เป็น Valentine Kiss 2007
หลังจากผ่านมาร่วม 21 ปี คุณซายูริก็ยังดูสวยไม่สร่าง :D

สาวพันปีพอๆ กับโนริพี หรือเซย์โกะในยุคนั้นเลย
(ถ้าในไทยก็คงต้องเปรียบกับพี่ตั๊กเนอะ)
สรุปว่าเก่า ! เก่าทั้งตอน... มุขตอนนี้ ดักแก่ ดักลุง ดักป้า
นี่เป็นอนิเมยุคใหม่แน่เรอะ?
target group คือประชาชนกลุ่มไหนไม่ทราบครับเนี่ย?
หรือนี่เป็นวิธีการทำตลาดแบบนึงของ Kyoto Animation?
ล่อหลอกให้คนดูงง แล้วพูดถึงกันแบบปากต่อปากเยอะๆ
พอมีคนที่ดูแล้วไม่เข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆ
ถึงจุดนึงก็จะมีคนทำบล็อกย่อยมุขลัคกี้ สตาร์ขึ้นมา
เป็นการหลอกให้คนดูช่วยโปรโมทหนังในทางอ้อม
กระแสกับดักนี้น่ากลัวยิ่งนัก !
แต่ท่านผู้อ่านที่มีวิจารณญาณ
คงไม่มีใครติดกับดักนี้ใช่ไหมครับ?
............
เอาละจบๆ ทำไมยิ่งเขียนมันยิ่งยาวขึ้นๆ ทุกตอนละวาเนี่ย...
งี้ตอนหลังๆ มีหวังยาวเป็นเรียงความ 10 หน้ากระดาษฟุลสแก๊ปแหง
เอาเป็นว่าตั้งแต่ตอนหน้าจะพยายามบั่นเนื้อหาออกให้มันกระชับขึ้นครับ
มุขเล็กๆ น้อยๆ ไม่น่าสนใจบางทีก็จะขออนุญาตมองข้ามไปก็แล้วกัน
มีสงสัยอะไรเป็นพิเศษ ส่ง SMS ... เอ้อ ความคิดเห็นมาได้เลย
ถ้าทราบจะพยายามตอบให้ครับผม
ท่านผู้อ่านทางบ้านช่วยเสริมได้ก็เสริมเลยจ้า
เป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ คนอื่นที่ได้เข้ามาอ่านด้วย
บ๊ายนี---
มีแก้วน้ำ มีแอบดริฟผ่านฝาท่อ แถมมีตัวประกอบมาโผล่มาทึ่ง แซวได้ทุกช็อตจริงๆ