「願望」
โอฮาลัคกี้---
ต่อกันติดๆ กับย่อยมุขลัคกี้ สตาร์ตอน 10 ครับ ระหว่างที่ยังพอว่างนี่แหละ
ตอนเป็นอีกตอนที่ให้ความรู้สึกว่า "อ้าว จบซะแล้วเรอะ"
แต่ในคนละความหมายกับตอนที่แล้วนะ
คือมันเป็นตอนที่ดูเพลินดี ไม่มีมุขซ่อนอะไรเป็นพิเศษ
ที่สำคัญเป็นตอนที่โชว์ความน่ารักของซึคาสะ กับมิยูกิซังในหลายๆ จุด
โดยเฉพาะซึคาสะที่น่ารักและอิมแพ็คต์เป็นพิเศษ
บารุซามิโกะซึคืนชีพ นี่ก็ Ad-Lib สินะ
ก่อนจะเริ่มเนื้อหาหลัก มีข่าวฝากมาแจ้งให้ทราบ
ในที่สุด CD รวมเพลงจบของลัคกี้ สตาร์ ก็กำหนดวันวางจำหน่ายแล้ว
โดยใช้ชื่อแผ่นว่า エンディングテーマ集 ~ある日のカラオケボックス~
( รวม Ending Theme -วันหนึ่งในคาราโอเกะบ็อกซ์- )
แผ่นจะออกวางจำหน่ายวันที่ 11 เดือน 7 ที่จะถึงนี้
น่าจะเป็นรวมเพลงจบจากอนิเมลัคกี้ สตาร์ตอนที่ 1-13 (ครึ่งแรก) ครับ
ก็คงต้องรอดูรอฟังกันต่อไป
มาเข้าสู่เนื้อหาหลักของบทความกัน
นาทีที่ 3 ต้นๆ
... อ้า Dr.โกโต้ เรอะ?

ที่เห็นในรูปคือ ชิคินะจิมะ ชินเรียวโจ (สถานพยาบาลประจำเกาะชิคินะจิมะ)
อันเป็นคลีนิคของหมอโกโต้ พระเอกของเรื่องนั่นเอง

ตัวประกอบที่รอคิวตรวจโรคที่นั่งข้างซ้ายขวาของมิยูกิ
อันโด ชิเงโอะ กับ นิชิยามะ มาริโกะ ใช่ไหมเนี่ย?
(สองคนนี้เป็นตัวละครในเรื่องครับ)
Dr.コトー診療所 (ด็อกเตอร์โกโต้ ชินเรียวโจ)
หรือชื่อที่เรียกสั้นๆ คุ้นปากกันว่า Dr.โกโต้
เป็นการ์ตูนโดยอาจารย์ ยามาดะ ทาคาโตชิ
ตีพิมพ์ลงนิตยสาร Young Sunday รายสัปดาห์
ขายดิบขายดีทำยอดขายฉบับรวมเล่มได้เกิน 10 ล้านเล่ม
จนทางสถานีโทรทัศน์ Fuji Television ขอซื้อลิขสิทธิ์
ไปทำเป็นละครโทรทัศน์ในปี 2003 และฉายต่อเนื่องหลายซีรียส์
Dr. โกโต้ เป็นเรื่องราวของหมอหนุ่มฝีมือดีที่ถูกขับไล่ออกจากโรงพยาบาลใหญ่
เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าทำผิดพลาดจนคนไข้ตาย (ซึ่งมาทราบทีหลังว่าไม่จริง)
เมื่อโกโต้ระเห็จหนีมาตั้งต้นใหม่เป็นหมอประจำเกาะอันห่างไกล
ช่วงแรกชาวเกาะต่างก็ไม่ชอบขี้หน้า และเมื่อได้ทราบปูมิหลังของหมอโกโต้
ก็ยิ่งพากันแอนตี้มากขึ้นไปอีก แต่ด้วยความพยายามและตั้งใจจริง
ชาวเกาะจึงเริ่มเปิดใจให้กับ Dr.โกโต้ทีละน้อยๆ
จนยอมรับเขาเป็นหนึ่งในครอบครัวของเกาะในที่สุด
...พล็อตเรื่องหลักๆ ก็ประมาณนี้แหละ
ในไทยเรื่อง Dr.โกโต้นี้ ตีพิมพ์ภายใต้ลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ
ของไทยผู้เขียนไม่แน่ใจว่ากี่เล่มแล้ว แต่ญี่ปุ่นออกมาล่าสุดคือเล่ม 21
แต่ลองหาอ่านกันได้ครับ สนุกดี
มิยูกิที่นั่งอ่านหนังสือเพลินจนเลยคิวตรวจ เหรอหราน่ารักไม่เบา
นาทีที่ 7 ครึ่ง
ชิ้ง....
สมเป็นโอตากุ บัตรสะสมแต้มร้านดังๆ เพียบ
ที่โคนาตะถือขึ้นมาคือ Point Card (บัตรสะสมแต้ม) ร้านการ์ตูนครับ
เวลาไปซื้อของจากร้านไหน ก็จะได้แต้มสะสมมาเก็บไว้ในบัตรพวกนี้
เพื่อเอาไว้ใช้แลกหรือแลกซื้อสินค้าพิเศษของแต่ละร้าน
บ่อยครั้งที่สินค้าพิเศษเหล่านี้ไม่มีวางจำหน่ายทั่วไป
ต้องแลกด้วยคะแนนสะสมเท่านั้น (เช่นฟิกเกอร์ชาน่าที่โคนาตะอยากได้)
มาตรว่าอยากได้ของพิเศษ ก็ต้องมาซื้อของร้านชั้นให้เยอะๆ
ก็ต้องเรียกว่าเป็นแผนการตลาดที่ใช้ได้ผลวิธีหนึ่งทีเดียว
อนึ่ง บัตรสะสมแต้ม 5 ใบในรูปมาจากร้านดังต่อไปนี้ (จากซ้ายสุด)
โทร่าโนะอานะ, อนิเมท, เครื่องไฟฟ้าอิชิมารุ, เกมเมอร์ส, โยโดบาชิคาเมร่า
มุขถัดมาเป็นมุขเด็ดสุดประจำตอน...




แม่โว้ย งานเนี้ยบโคตรๆ ทำไมมุขตอนนี้มันใส่คุณภาพงานจังฟะเนี่ย
มุ..
อนิเมเท็นโจ !!
(CV : เซกิ โทโมคาซึ)
นี่เล่นกันถึงขนาดนี้เลยเรอะ !!
"มาแล้วสินะ สาวน้อย A ในตำนาน !!
เธอผู้ซื้อของอย่างเดียวกัน
จากร้าน Animate กับ Gamers ร้านละชิ้น !!"
...สาวน้อย A เองค่ะ
เธอผู้ที่สุดท้ายแล้วก็ไม่ซื้ออะไรสักอย่าง แต่เบนหน้าไปร้าน Gamers แทน
อนิเมเท็นโจคืออะไร?
アニメ店長 แปลได้ตรงๆ ว่า เจ้าของร้านอนิเม
มันคือตัวละครมาสค็อทประจำร้านการ์ตูนชื่อ Animate ของญี่ปุ่นครับ
ข้อเท็จจริงคือ ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่บ้าคาแร็คเตอร์มาก
ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอะไรก็จะต้องมีคาแร็คเตอร์ประจำสินค้านั้นด้วยเสมอ
ตั้งแต่ขนม ของเล่น เครื่องใช้ ยันร้านค้าเล็กใหญ่ และค่ายเกมต่างๆ
มักจะมีตัวการ์ตูนพะหน้าแพ็คเกจหรือหน้าร้านให้เห็นเกือบจะทั้งหมด
ร้านดังๆ ในญี่ปุ่นจึงมักจะสร้างมาสค็อตคาแร็คเตอร์ประจำร้าน
เป็นการทำการตลาดเพื่อดึงดูดลูกค้าและสร้างภาพลักษณ์ทางหนึ่ง
แถมยังสามารถขายสินค้าเกี่ยวข้องกับตัวละครนั้นๆ ได้อีกทางหนึ่งด้วย
เดจิโกะ (ดิจิคารัต) ของร้าน Gamers
หรือ มิโกะจัง ของร้าน Tora No Ana
ก็เข้าข่ายมาสค็อทคาแร็คเตอร์ทำนองเดียวกันครับ
ซึ่งไอ้เจ้าอนิเมเท็นโจนี่ก็เป็นมาสค็อทของร้าน Animate นั่นเอง
ถึงจะเป็นมาสค็อท แต่ก็ไม่ได้มีแค่หน้าหรือรูปมาสค็อทเฉยๆ มันมีเนื้อเรื่องด้วย
ชื่อจริงหมอนี่คือ อานิซาวะ เมย์โตะ (อานิ-เมท เล่นคำกับชื่อร้าน)
ตามท้องเรื่อง เดิมทีอานิซาวะเป็นแค่คนบ้าอนิเมธรรมดาคนนึง
แต่ถูกอดีตเจ้าของร้าน Animate ชักชวนให้มาเป็นเจ้าของร้านแทน
ด้วยความที่บ้าอนิเมอยู่แล้วอานิซาวะก็เลยตบปากรับคำทันทีโดยไม่ต้องคิด
และกลายมาเป็นเท็นโจ (เจ้าของร้าน) Animate สาขาอิเคะบุคุโร่ในที่สุด
เพราะเป็นคนบ้า จึงชอบลุกไหม้โชติช่วงชัชวาลอย่างไร้ความหมายบ่อยๆ
บางทีแค่จะขายของตะแกก็ลงทุนไฟลุกพรึ่บออกแอ็คชั่นเว่อร์ๆ ไร้สาเหตุ
พนักงานร้านที่เหลือก็ใช่ว่าจะสมประกอบ ลูกบ้าลูกชนไม่น้อยหน้ากัน
(อย่างที่ได้เห็นในเรื่องนั่นละครับ) ช่างเป็นร้านอนิเมที่วุ่นวายอะไรเช่นนี้
สินค้าที่ทำพิเศษเพื่อเธอ... มีอยู่ตรงนี้แล้ว !!
อนิเมเท็นโจนับว่าเป็นมาสค็อทคาแร็คเตอร์ที่ดังติดอันดับของวงการ
มีสินค้าออกขาย มีรายการวิทยุของตัวเอง มีกระทั่งการ์ตูน
สำหรับผู้ที่อยากรู้เรื่องมากกว่านี้ เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ทางการได้ครับ
...แบบนี้เป็นสัญญาณบอกเหตุล่วงหน้า
ว่าเราจะได้เห็นสาวน้อยหูแมวเดจิโกะจากร้าน Gamers บ้างใช่ไหมเนี่ย?
ก่อนนาทีที่ 10
พี่น้องฮิอิรางิมาเที่ยวห้องโคนาตะเป็นครั้งแรก




อะโห... โฆษณาเพียบเลยเว้ยเฮ้ย
คุราชิกิ ซึบาเมะ จากการ์ตูน ซึบาเมะซินโดรม
คู จากเกม ปังย่า
โปสเตอร์รวมสาวๆ ฮารุฮิ จาก นิตยสารเมงามิแม็กกาซีน
การ์ตูนเครือคาโดคาว่า อีกเพียบ (เห็นชัดๆ เลยก็คาริน กับฟูลเมตัลพานิค)
จบด้วยฟิกเกอร์ อาซาฮินะ มิคุรุจัง จาก ฮารุฮิ อีกที
ขายของกันน่าดู... รายการนี้
"มันเยี่ยมมากเลยค่ะ จอร์จ"
"ผมก็ว่าอย่างนั้นแหละ ซาร่าห์"
นาทีที่ 11 คางามิกับโคนาตะนั่งกดเกมกันอยู่
คางามิเป็นพวกเล่นเกมแล้วต้องออกแอ็คชั่นแฮะ
ฟังจากเสียงแล้วน่าจะเป็นเกม 1942 ของ CAPCOM ครับ
เกมนี้เป็นเกมยานยิงพระเจ้าเหาเกมนึงของเครื่อง FC
มีเสียงประกอบเป็นเอกลักษณ์ที่ว่าใครฟังปุ๊บต้องรู้ปั๊บว่า 1942
ปิ๊ปๆๆ ปิี๊บๆๆ เงี้ยววววว บรึมมม
ครึ่งนาทีถัดมา
กลายมาเป็นเกม ことばのパズル もじぴったん (โคโตบะพัซเซิล โมจิปิตตัน)
ซึ่งเป็นเกมพัซเซิลเรียงคำภาษาญี่ปุ่นค่าย NAMCO ลงเครื่อง PS2 และ PSP
เพลงที่ได้ยินในเรื่องเพลงนี้เป็นเพลงโปรดผู้เขียนเลยครับ
จุดที่น่าพูดถึงเกมนี้อยู่ตรงที่ว่า คนทำดนตรีเกมนี้คือคุณ โคซากิ ซาโตรุ
เคยทำงานเป็น Sound Creator ประจำบริษัท NAMCO
แต่งเพลงให้ซีรียส์ดังๆ อย่าง Tekken, Yumeria หรือ THE IDOLM@STER
ตอนหลังคุณโคซากิออกจาก NAMCO มาทำสตูดิโอตัวเองชื่อ MONACA Inc.
ทำเพลงและดนตรีประกอบให้อนิเมหลายเรื่อง
สึซึมิยะ ฮารุฮิ โนะ ยูอุตสึ กับ ลัคกี้ สตาร์ ที่กำลังดูกันอยู่นี้
ก็เป็นผลงานดนตรีของคุณ โคซากิ ซาโตรุ ครับ
เอวังด้วยประการฉะนี้
... เอ๊ วันนี้มุขมันลามไปถึงทีมงานฝ่ายเสียงเลยแฮะ กะจะขายทั้งสตูดิโอหรือครับ
ผู้ชายคนเดียว นั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกับสาวม.ปลาย 3 คน... อ๊า เหมือนฝัน

อ๊ะ คางามิปล่อยผมก็น่ารัก
มาถึงนาทีที่ 16 ว่าด้วยชื่อเล่นของแต่ละคน
"ชื่อโคนาตะ ก็เลยเรียกว่า โคนะจัง"
"ชื่อมิยูกิ ก็เลยเรียกว่า ยูกิจัง"
"งั้นคางามิล่ะ ซึคาสะตั้งชื่อเล่นให้ว่าอะไร? คางะจัง? งามิจัง?"
ซึคาสะ "อืม เคียวจังละมั้ง"
อันนี้เกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นครับ คงต้องขออธิบายให้กระจ่างซะหน่อย
ปกติแล้วตัวคันจิญี่ปุ่นจะอ่านได้สองแบบคือเสียง คุงโยมิ และ องโยมิ
ชื่อของคางามิเนี่ย มันมาจากตัวคันจิ 鏡 ที่แปลว่า "กระจก"
และตัวคันจิดังกล่าวอ่านได้สองอย่างคือ คางามิ และ เคียว
ดังนั้น "ชื่อคางามิ เลยมีชื่อเล่นว่า เคียวจัง"
แต่จริงๆ แล้วเคียวแล้วเป็นชื่อของผู้ชาย
เหมือนเป็นการแซวกลายๆ ว่าคางามิไม่หญิงเอาซะเลย
มุขมันยังไม่จบแค่นี้ โคนาตะยังกัดต่อ
เผอิญคำว่าเคียวมันดันไปพ้องเสียงกับคันจิอีก 2 ตัว
คือตัว 強 (แกร่ง) และ 凶 (ซวยหรือร้าย) ซึ่งอ่านได้ว่าเคียวทั้งคู่

แกล้งเพื่อนจริงๆ โคนาตะ... สงสารคางามิเขาบ้างเถอะ
ไม่ว่าจะตัวไหนก็เป็นคำที่ความหมายไม่ดีสำหรับเด็กผู้หญิงทั้งนั้นครับ
oO( ผู้เขียนขอเสนอ 狂 ตัวนี้ ที่แปลว่า "คลั่ง" ~♪ )
โคนาตะถามซึคาสะต่อ
"งั้น ถ้าตั้งชื่อเล่นให้ตัวเองล่ะ จะตั้งว่ายังไง? ซึคะจัง? คาสะจัง?"
ซึคาสะ "อืม... ฮีจังละมั้ง ถ้าตั้งจากชื่อตัวมันตั้งยากน่ะ"
โคนาตะ "นั่นสิ จะว่าไปซึคาสะก็เอาแต่ร้อง ฮี-- ฮี-- อยู่เสมอๆ นี่นะ"
ひぃ~ ひぃ~ ฮี ฮี อันนี้เป็นเสียงร้องในภาษาญี่ปุ่น
ถ้าแปลเป็นไทยก็คงประมาณ เหยอ หวาย อ๊าย ได้
... ก็คือตั้งใจแซวว่าซึคาสะเป็นพวกขวัญอ่อน เอะอะก็ร้องนั่นแหละ

อย่าเรียกชั้นว่าเคียวจังซี่ จงเรียกว่า "ท่านคางามิ" !
มาถึงลัคกี้ แชนเนล วันนี้
ชิราอิชิ โนะ ยะโบ !! (ความทะเยอทะยานของชิราอิชิ)
มันยกมุขกันดั้มมาทั้งแผงอีกแล้ว
ดังนั้นผู้เขียนขอผ่านต่อให้ผู้เชี่ยวชาญทางนี้จัดการดีกว่า
ขอเรียนเชิญ Guest Writer คุณ น้ำมะนาว4-0 มาช่วยอีกครั้งหนึ่ง
กริ๊ง...
Here Comes A New Challenger !
โอฮา ลัคกี้ ดีครับ ถ้าทุกท่านยังจำกันได้
กระผม นายน้ำมะนาว4-0 Pinch Hitter ที่เคยเขียนเมื่อครั้งตอน 7
คราวนี้เนื่องด้วยเจ้าของบล็อก ที่ชอบอ้างตัว "ผมไม่ใช่โอตาคุ"
บอกไม่ค่อยเข้าใจคำว่า ซึนเดเระ สักเท่าไหร่
เลยไม่รู้จะอธิบายเกี่ยวกับ Lucky Channel ตอน 10 นี้ยังไงดี
จึงไปลากตัวกระผมมาทำหน้าที่แทนในช่วงสั้นๆ อีกครา

กันดั้มต่างหาก กันดั้ม... ที่เรียกนายมาเขียนน่ะ
เริ่มกันตรงที่ชิราอิชิพูดถึงคำว่า ซึนเดเระ เริ่มมีใช้บนเน็ตในปี 2002 นั้น
หมายถึงเพิ่งเป็นช่วงที่คำนี้เริ่มเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางครับ
เดิมทีคำว่าซึนเดเระมีการใช้กันในกลุ่มคนเล่นเกมจีบสาวมาก่อนหน้าแล้ว
ซึ่งจะหมายถึงตัวละครแบบที่ช่วงแรกจะมีท่าทีแข็งๆ ออกไปทางก้าวร้าว
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เนื้อเรื่องในเกมดำเนิน (จีบ) ไปได้ถึงระดับนึง
คุณเธอจะเริ่มเปลี่ยนท่าทีมาแสดงออกให้เห็นถึงความอ่อนโยน
หรือบางทีถึงขั้นออดอ้อน ออเซาะหวานแหวว
ซึ่งนั่นตรงกับความหมายของคำว่าซึนเดเระตามต้นตำรับที่ว่า
"ช่วงแรก ซึนซึน (กร้าวดุ) พอเวลาผ่านไปช่วงหลังจึง เดเระเดเระ (ออดอ้อน)"
ช่วงเวลาที่คำว่าซึนเดเระเริ่มเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในวงการอนิเมนั้น
น่าจะเป็นช่วงที่อนิเมและการ์ตูน LOVE HINA กำลังบูมบาราก้า
ซึ่งตัว นารุเซะงาวะ นารุ นางเอกของเรื่องนี้
ก็เป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบ (Perfect Sample) ตัวอย่างหนึ่ง
ที่แสดงให้เห็นถึงสาวประเภทซึนเดเระแบบตรงเป๊ะตามสูตร
สูตรที่ว่าคือ เริ่มต้นด้วยการเข้าใจผิดตัวพระเอก (อุราชิมะ เคทาโร่)
จนเกิดเป็นรอยร้าวระหองระแหงแบบไม่ยอมเหยียบแผ่นดินเดียวกัน
แต่พอเรื่องราวดำเนินไป เธอก็ค่อยๆ ย้อนกลับมาเห็นข้อดีของพระเอก
และยอมเปิดใจให้ในที่สุด จนลงเอยเป็นความรัก...
แต่ต่อมาไม่นาน เนื่องด้วยกระแสความนิยมที่แรงเกินห้ามใจ
ส่วนใหญ่การ์ตูนหลังจากนั้น เลยเหมือนจะเป็นสูตรสำเร็จ
ที่จะต้องมีตัวละครลักษณะซึนเดเระอยู่ในเรื่องอยู่ด้วยแทบทุกเรื่อง
จนผู้คนเรียกขานยุคนั้นกันว่า "ยุคสมัยแห่งซึนเดเระ"
ด้วยแรงบูมนี้เอง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดตามที่ชิราอิชิพูดถึงไว้
ผู้คนพากันนึกว่าซึนเดเระหมายถึงลักษณะการตีสองหน้าของตัวละคร
เพราะช่วงหลังๆ แค่ตัวละครท่าทางห้าวๆ แต่แอบน่ารักในบางฉาก
ก็ถูกเหมารวมว่าเป็นคาแร็คเตอร์ "ซึนเดเระ" ไปเสียหมด

ถ้าให้พูดถึงตัวละครซึนเดเระในยุคผู้เขียน
ผู้เขียนนึกถึง อาคาเนะ จากเรื่องรันม่า 1/2 ครับ
แต่ตัวรันม่าเองมันก็ซึนเดเระไม่น้อยไปกว่าอาคาเนะหรอก
.... สาระหนักไปมั้งเนี่ย เข้าสู่มุขจริงๆ กันดีกว่าครับ
มุขของช่วงนี้มันอยู่ตรงท่าทางของชิราอิชิเนี่ย
"ถึงเวลาแล้วที่พวกเราต้องฟื้นฟูความหมายที่แท้จริงของซึนเดเระ
ถึงเวลาแล้วที่ต้องส่งเสียงเตือนไปสู่กระแสวัฒนธรรมทางภาษาอันผิดพลาด"
"ลุกขึ้นเถิด พี่น้องประชาชน !!"
จี๊ค คางามิน !!
ตอนกระผมได้เห็นท่าทางการวาดไม้วาดมือใส่อารมณ์ของชิราอิชิ ก็เริ่มเก๊ต
แต่พอชิราอิชิตะโกน 立てよ 国民!(ลุกขึ้นเถิด พี่น้องประชาชน !)
กระผมก็ลงไปกองบนพื้นห้องขำก๊ากเป็นที่เรียบร้อย... ชัวร์แล้ว ชัวร์ที่สุด
บทพูดใส่อารมณ์ของชิราอิชิใตอนนี้
เลียนแบบท่าทางของ กิเลน ซาบี จากเรื่อง กันดั้ม (อีกแล้ว) ครับท่าน
ถ้ายังจำกันได้ ในตอน 8 ที่โคนาตะรับส่งมุขกับคุณครูนานาโกะ
ด้วยบทพูดของชาร์ที่ว่า "ก็เพราะยังละอ่อนสินะคะ" (ย้อนกลับไปอ่าน ถ้าลืม)
บทพูดนั้น ชาร์พูดเมื่อตตอนที่ฟังกิเลนกล่าวคำปราศัย
เพื่อปลุกใจทหารและเรียกเสียงสนับสนุนจากประชาชน
โดยการยกเอาเรื่องของน้องชายตนที่ตายไปมาเป็นจุดเริ่มประเด็น
"ถึงแม้ว่ากองทัพสาธารณรัฐซีออนจะมีกำลังน้อยกว่าฝ่ายพันธมิตร
แต่ก็ยืนหยัดต่อสู้ได้อย่างมั่นคงและได้เปรียบมาตลอด
ถึงจะต้องมีการสูญเสียไปบ้างก็ตามที
นั่นเป็นเพราะชาวสาธารณรัฐซีออน คือผู้ได้รับเลือกจากพระเจ้า
ให้เป็นผู้นำทางมนุษยชาติไปสู่อนาคต !!"
และคำพูดปลุกใจปิดการปราศัยในครั้งนั้นก็คือ
立てよ 国民!ジーク・ジオン!
(ลุกขึ้นเถิด พี่น้องประชาชน ! จี๊ค ซีออน !)
ด้วยท่าทางแบบนี้ละครับ
โพสนี้เลยกลายเป็นโพสขึ้นชื่อที่ใครๆ ก็ต้องนึกถึงเมื่อพูดถึงชื่อ กิเลน ซาบี

อากิระ "ไม่เลวนี่ เซบาสเตียน"
(ตกลงนี่กลายเป็นชื่อเล่นนายไปแล้วเรอะ ชิราอิชิ)
"งั้นถ้าคางามิไม่ใช่ซึนเดเระ แล้วจะเป็นอะไรล่ะ?"
...
......
.........
เอ่อ? คูเดเระ? เดเระซึน? อ่า....
"ฝากให้ทางบ้านช่วยบัญญัติศัพท์ใหม่
แล้วส่งเข้ามาในรายการก็แล้วกันครับ... กู๊ด ไอเดีย !"
ขายผ้าเอาหน้ารอดไปได้อีกตอนนะ ชิราอิชิ...
ที่น่าสังเกตอีกอย่างคือ
อากิระปิดช่วงรายการแบบ low temper สุดๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
แต่ทางฝั่งชิราอิชิกลับร่าเริงระรื่นหลั่นล้าเต็มสูบ
จนถูกแซวอย่างโหดร้ายหลังไมค์ด้วยมุขในชีวิตจริงที่ว่า
อากิระ "นายอ่ะ ทำงานพิเศษอยู่ที่โคโคอิจิใช่ป่ะ... แล้วยังร้านเนื้อย่างนั่นอีก"
ชิราอิชิ "อย่าสิครับ คุณอากิระ นั่นมันเรื่องส่วนตัวเกินไปแล้ว ขอทีเถอะคร้าบ"
ดูเหมือนว่าตัวจริงของคุณชิราอิชิ มิโนรุจะไปทำงานอยู่ที่ร้านโคโคอิจิ
หรือชื่อเต็มว่า คาเร่เฮาส์ CoCo อิจิบังยะ ที่เป็นร้านข้าวแกงกะหรี่ชื่อดัง
กับร้านเนื้อย่างไม่เอ่ยนามด้วยจริงๆ
แบบนี้เรียกชกใต้เข็มขัดนี่หว่า อากิระ...
ดังนี้แหละครับ ขอจบบทแทรกของกระผมแต่เพียงเท่านี้
พบกันใหม่หากเจ้าของบล็อก มีอาการงอแงอีก
น้ำมะนาว4-0

....อย่าได้ใจนัก เซบาสเตียน
คนอย่างนายน่ะหาแทนเท่าไหร่ก็ได้
สำหรับเพลงจบตอนนี้
I'm proud ร้องโดยคุณ คาฮาระ โทโมมิ

และเป็นผลงานโปรดิวซ์ของคุณ โคมุโระ เท็ตสึยะ
โปรดิวเซอร์ชื่อดังที่ปั้นน้กร้องดังมากมายอย่าง ชิโนฮาระ เรียวโกะ,
สึซึกิ อามิ, globe, TM Network รวมไปถึง อามุโร่ นามิเอะ คนดังนี่เอง
แต่เพลงมันคีย์สูงเอาเรื่อง คางามิเลยตายกลางทาง
อื้ม เข้าใจๆ ผู้เขียนเองก็เป็นบ่อยๆ ไอ้เรื่องแหกคีย์ตายกลางทางเนี่ย
บทความวันนี้เสร็จเร็วกว่ากำหนด ส่วนนึงต้องขอบคุณนาย น้ำมะนาว4-0
นึกว่าตอนนี้จะเรียบๆ ไม่มีอะไรซะแล้ว แต่พอเขียนจริงมันก็ออกมายาวเสียทุกทีสิน่า
ตัวหนังลัคกี้ สตาร์ ตอน 11 ยังไม่ได้หาโหลดเลยครับ
เพราะรอไฟล์ตัวที่เป็นคุณภาพ Hi-Def (ความละเอียดสูง) อยู่
เห็นข่าวลือมาว่าเป็นตอนเกี่ยวกับคริสต์มาสด้วยละ
ตรงนี้ร้อนตายชัก ฝั่งโน้นฉลองคริสต์มาส... หนอยแน่ะ ลัคกี้ สตาร์
บ๊ายนี---
ป.ล. - ตอนแรกว่าตอนนี้จะเขียนเกี่ยวกับ "แผนการณ์แต่งสวยให้อากิระ" ด้วย
แต่ดูจากความยาวของบทความแล้ว... ขอเก็บไว้เป็นครั้งหน้าก็แล้วกันครับ
ถ้าผู้เขียนลืม ก็ฝากตีศอกเตือนความจำด้วยจ้า
215ภวฟืสกดิฟไ
พ