「お天道様のもと」
โอฮาลัคกี้---
ย่อยมุขลัคกี้สตาร์ตอนนี้เป็นอีกตอนที่จะสั้นและจบอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากว่าไม่มีมุขอะไรที่มาเนียเป็นพิเศษ ดังนั้นผู้เขียนจะขอเจียด
ไปลงหนักกับส่วนของลัคกี้แชนเนลก็แล้วกันครับ
เพราะลัคกี้แชนเนลตอนนี้มันช่างตลกสุดฉุดไม่อยู่จริงๆ...
ในที่สุดวันที่ 28 พฤษภาคมก็วนมาเป็นรอบที่สองของเรื่อง
วันนี้เป็นวันเกิดของโคนาตะที่อายุครบ 18 ปี ซะที

อายุ 18 แล้วทีนี้จะได้เล่นเกมโป๊ได้ซะทีละ
เฮ่ย... ไม่ได้ว่าปกติก็เล่นอยู่แล้วเรอะไงหล่อน

ทางบ้านโคนาตะเลยแอบจัดงานวันเกิดให้โคนาตะเซอร์ไพรซ์เล่น
แต่กลายเป็นว่าโคนาตะมีโปรแกรมอยู่ฉลองวันเกิดกับเพื่อนๆ ในร้านที่ทำงาน

... ก็เลยจัดงานเสียเปล่า น่าสงสารแท้ๆ
จะว่าไป งานวันเกิดกับทางแก๊งค์คอสเพลย์ฮารุฮิที่เราเห็นในตอนที่แล้วสินะ
ว้า ... น่าเสียดายที่กล้องไม่วนไปเก็บภาพมาให้เราได้ดูบ้าง
... อยากเห็นเหมือนกันเนอะ
ช่วงนาทีที่ 6
ว่าด้วยเรื่องอนาคตของเหล่านักเรียนเตรียมเอ็นท์ฯ
ทุกคนต่างคนต่างก็มีเป้าหมายในชีวิตของตัวเองที่ชัดเจน...
... เอ้อ ... ก็ไม่ทุกคนหรอก

เป้าหมายอันดับหนึ่ง - หัวหน้าหน่วย (ฮารุฮิ)
เป้าหมายอันดับสอง - ผู้สืบทอดหมัดดาวใต้
แถมเขียนคำว่าหมัดผิดด้วย จากคันจิ 拳 (เค็น) เป็น 挙 (เคียว) ...ตั้งใจเรียนหน่อยซี่
เป้าหมายอันดับสาม - นักเขียนสตอรี่บอร์ดอนิเม
... ทีเล่นล้วนๆ เลยนะเธอ
อนาคตโคนาตะจะเป็นยังไงน้อ น่าเป็นห่วงชะมัด
"หล่อนน่ะ นอกจากเล่นจ้องตาแล้วไม่มีความสามารถพิเศษเลยเรอะไง"
"มีสิ ชั้นไล่ชื่อโปเกมอนได้หมดทุกตัวเชียวนะ"
ช่วงนาทีที่ 12
ฉากที่ยูทากะกับโคนาตะนั่งเล่นเกมกันอยู่ในบ้าน


เค้าว่า Wii คือเครื่องเล่นเกมที่ต้องอาศัยการเคลื่อนไหวของร่างกาย
... เห็นยูทากะแอ็คชั่นซะแบบนี้แล้ว ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อฟ่ะ
เป็นจอย Wii-Mote ของเครื่อง Nintendo Wii ซะด้วยละ
ดูจากวิธีการจับจอยเล่น และเสียงประกอบที่ดังออกมาจากทีวี
คิดว่าน่าจะเป็นเกม METAL SLUG ของเครื่อง Wii ครับ
METAL SLUG เป็นเกมแอ็คชั่นเดินหน้ายิงแหลกชื่อดังของค่าย SNK
โดยจุดขายของเกมอยู่ที่ความบ้าระห่ำขำขันของตัวละครในเรื่อง
และความพิลึกกึกกือของเหล่าศัตรูที่ดาหน้ากันออกมาให้ยิงแบบไม่ยั้ง
เกมนี้ถูกสร้างมาเป็นเกมอาเขต (เกมตู้) ก่อนจะถูกพอร์ตมาลงเครื่อง Wii
จุดเด่นของ METAL SLUG เวอร์ชั่น Wii นั้น
อยู่ตรงที่ผู้เล่นสามารถขว้างอาวุธระเบิดได้โดยการเขย่าจอย Wii-Mote แรงๆ
จากประสพการณ์ที่ผู้เขียนเคยเล่นมา ก็ต้องบอกว่าเหนื่อยเอาเรื่อง (แต่สนุกดี)
ขนาดแค่ METAL SLUG ยูทากะยังแอ็คชั่นสะบัดแบบนี้
ถ้าไปเล่นเกมพวกที่ต้องใช้การเคลื่อนไหวหนักๆ อย่าง Wii Sports
พนันกันได้ว่าถ้าไม่ใช่ข้าวของในบ้าน ก็ต้องเป็นหัวใครสักคนนี่แหละ... แตก
ว่าแต่ว่า โคนาตะ เธอเตรียมเอ็นท์ไม่ใช่เรอะ? อ่านหนังสือหนังหาเสียบ้างซี่
มาถึงมุขล้อเด็ดสุด (ที่มีอยู่มุขเดียว) ของตอน 17 ครับ
นาทีที่ 14
ระหว่างทางกลับบ้านของพวกโคนาตะ
มีการพูดคุยกันเรื่องครอบครัวและเหล่าพี่น้อง ...
จู่ๆ โคนาตะก็โพล่งขึ้นมาว่า
"มีพี่น้องหลายๆ คนดีจะตาย ติ๊ต่างเป็นตัวละครได้ตั้งหลายเรื่อง"
"อย่างในอเมริกายุคก่อน ก็ต้องเป็นครอบครัวที่มีแม่และพี่น้องสี่สาว
ที่อาศัยอยู่ด้วยกันพลางรอคอยการกลับมาของคุณพ่อพลาง..."
... ที่โคนาตะพูดถึงคือเรื่องนี้ครับ
愛の若草物語 (ไอ โนะ วาคะคุสะ โมโนะกาตาริ)
หรือในชื่อไทยว่า สี่ดรุณี และชื่อต้นฉบับอังกฤษว่า Little Women
เรื่องนี้มีพื้นมาจากนวนิยายคลาสสิคของ Louisa May Alcott
โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับพี่น้องสี่สาว เม็ก โจ เบ็ธ และเอมี่ แห่งครอบครัวมาร์ช
อันเป็นครอบครัวที่สุดแสนจะอบอุ่นและมีฐานะ
จนกระทั่งวันหนึ่ง บิดาผู้นำครอบครัวที่ทำงานเป็นแพทย์
ได้ถูกหมายเรียกตัวให้เข้าร่วมกับกองทัพทหารฝ่ายสมาพันธ์ (Union Army)
ในสงครามกลางเมือง (Civil War) ครั้งยิ่งใหญ่ในหน้าประวัติศาสตร์อเมริกา
ครอบครัวของมาร์ชจึงต้องอยู่กันไปโดยขาดเสาหลักของบ้าน
ซ้ำร้าย เมืองที่พวกเธออาศัยยังถูกกองทัพฝ่ายใต้ (Confederates) เข้าบุกรุก
บ้านของพวกเธอ และโรงงานที่ผู้เป็นบิดาลงทุนไว้ถูกเผาทำลายวอดวาย
ครอบครัวมาร์ชที่เหลืออยู่เพียงมารดาและลูกๆ เหมือนถูกฉุดลงนรกทั้งเป็น
ในสภาพที่ไม่มีบ้านอาศัย ไม่เหลือเงินทองติดตัว ครอบครัวเลยระเห็จระเหิน
บากหน้ามาขอความช่วยเหลือจากผู้เป็นป้าของบิดาที่อาศัยอยู่ต่างเมือง
เม็ก โจ เบ็ธ และเอมี่ จึงต้องเริ่มชีวิตใหม่ของพวกเธอในบ้านแห่งใหม่นี้
พวกเธอได้พบปะความยากลำบากต่างๆ ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต
ได้พบความท้าทายใหม่ การผจญภัยใหม่ ผู้คนแปลกหน้าต่างกริยา
จนทำให้สายสัมพันธ์ของทั้งสี่ผูกพันกันแน่นแฟ้นจนยากที่จะตัดขาด
oO ( เนื่องด้วยว่ามุขของตอนนี้มีน้อย เลยขอใส่กะพวกเกร็ดตรงนี้ก็แล้วกัน )
อนิเมเรื่องนี้ฉายในไทยตอนเช้าๆ วันเสาร์อาทิตย์ด้วยครับ
ตอนนั้นมีฉายทั้งเรื่องสี่ดรุณีนี่ กับคุณพ่อขายาว (Daddy Long Legs)
ผู้เขียนก็มีโอกาสได้แหกขี้ตาตื่นขึ้นมาดูตามสไตล์เด็กชอบดูการ์ตูนเหมือนกัน
จำได้ว่ามีตอนที่ดูแล้วซึ้งจนน้ำตาคลอด้วยละ
... เอ้า
... มาต่อกันอีกอัน มุขติ๊ต่างของโคนาตะยังไม่จบ
โคนาตะ
"... หรือไม่ก็กลุ่มจอมโจรสาวปริศนาที่ขโมยแต่ผลงานศิลป์ชื่อดัง"
คือเรื่องนี้ครับ CAT'S EYE
CAT'S EYE คือการ์ตูนสร้างชื่อของ อ.ซึคาสะ โฮโจ
(ผู้วาด CITY HUNTER และ ANGEL'S HEART)
ซึ่งโด่งดังจนถูกทำเป็นอนิเมและภาพยนตร์เวอร์ชั่นคนแสดงมาแล้ว
ในเรื่อง CAT'S EYE เป็นชื่อของร้านกาแฟร้านหนึ่งในย่านธุรกิจ
ที่ดำเนินกิจการโดยพี่น้องสามสาวตระกูลคิซึกิ อันได้แก่ รุอิ ฮิโตมิ และ ไอ
เบื้องหน้าในตอนกลางวัน พวกเธอก็เป็นแค่พนักงานร้านกาแฟธรรมดาๆ
แต่พอตกดึกพวกเธอจะกลายเป็นสามโจรสาวที่จ้องขโมยแต่งานศิลป์ล้ำค่า
(ซึ่งเรื่องเปิดเผยทีหลังว่างานศิลป์เหล่านี้ล้วนเป็นของบิดาของพวกเธอ)
เรื่องวุ่นๆ มันอยู่ที่ว่า โทชิโอะพระเอกของเรื่อง
ผู้ซึ่งทำงานเป็นตำรวจรับผิดชอบคดีของ CAT'S EYE
กลับมาตกหลุมรักกับ ฮิโตมิ (น้องสอง) ซึ่งเป็นางเอกของเรื่อง
และตัวโทชิโอะเองก็ไม่รู้เลยว่าฮิโตมิ คือหนึ่งในแก๊งค์โจรที่ตนกำลังตามจับ
นางเอกเลยต้องตีสองหน้าใส่พระเอก โดยกลางวันเล่นเป็นคนรักกัน
พอตกกลางคืนก็ผันเปลี่ยนมาเป็นบทคู่แค้นฟ้าประทานของกันและกัน
แถมคุณพระเอกก็บื้อ ไม่รู้ความจริงไปจนเกือบจบเรื่องนั่นละครับ
เผอิญว่า CAS EYE มันมีกันแค่ 3 คน
ในขณะที่บ้านฮิอิรางิมีกัน 4 พี่น้อง ....
.... มันก็เกินมาคนนึงน่ะสิ !
........
......
...
เอ้อ หมดแล้วอ่ะครับ มุขของตอนนี้
ส่วนที่เหลือก็เป็นเนื้อหาเพียวๆ ไม่มีอะไรแฝงอยู่เป็นพิเศษ
บทซึ้งของพี่น้องฮิอิรางินั่น ผู้เขียนคงไม่ต้องเขียนถึงกระมัง
เพราะเป็นบทประทับใจที่เข้าถึงง่ายและสื่ออย่างตรงไปตรงมา
...ถึงจะมีเรื่องกระทบกระทั่งกัน และมึนตึงใส่กันแค่ไหน
... แต่สุดท้ายสายสัมพันธ์ของครอบครัวมันก็ตัดกันไม่ขาด
..........
..........
แม้เนื้อหาหลักจะเรียบง่าย แต่ลัคกี้แชนเนลเป็นอีกเรื่องนึงเลยครับ
ดารารับเชิญที่โผล่หน้ามาในตอนนี้ช่างเร่าร้อนและมีสีสันซะเหลือเกิน
ตะแหล่นแต่นแต๊น~♪
ลัคกี้แชนเนลภูมิใจเสนอ
"วันนี้เราจะมาพูดถึงสัจธรรมของอนิเมกัน !!"
ผ่าง !!
การบุกรุกของอนิเมเท็นโจ .... !?
หมอนี่โผล่เป็นขาประจำในเนื้อหาหลักยังไม่พอ
แม้แต่ลัคกี้แชนเนลก็ยังเสนอหน้ากะเค้าด้วยอ่ะ !!
หนอย !
คนมันบ้าครับ บ้าเกินเยียวยา บ้าขนาดที่อากิระยังแหยง
"ฟังนะ สามสิ่งสำคัญที่จะทำให้อนิเมเรื่องหนึ่งๆ
ประสบความสำเร็จได้นั้นคืออะไร รู้มั้ย !?"
"เอ... นักพากย์ ภาพ แล้วก็บท ใช่มั้ยคะ?"

"ไม่ช่ายยยยยยยย !!!"
"จ๊าก !! หลังของชั้นกำลังลุกไหม้แดงฉาน"
บทพูดตรงนี้ของชิราอิชิ เป็นการล้อเลียนบทพูดของ โดมอน คัช
พระเอกจากเรื่อง G Gundam ครับ โดยที่ประโยคต้นฉบับมันมีอยู่ว่า...
俺のこの手が真っ赤に燃える!(มือข้างนี้ของชั้นกำลังลุกไหม้แดงฉาน !)
ประโยคนี้เป็นประโยคประจำตัวของพระเอก G Gundam ที่จะพูดทุกครั้ง
ก่อนที่จะใช้ท่าไม้ตายเพื่อพิชิตศัตรู
และโดมอน คัช พระเอกคนนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนพากย์
คุณ เซกิ โทโมคาซึ ที่พากย์เป็นอนิเมเท็นโจตัวยุ่งนี่เองแหละ
ชิราอิชิได้พากย์งานร่วมกับคุณเซกิทีไร
ก็ไม่พ้นต้องเอามุข G Gundam มาล้อเขาเสียทุกทีสิน่า
ถ้าสามสิ่งสำคัญนั้นไม่ใช่ นักพากย์ ภาพ กับบท
... แล้วมันคืออะไรล่ะ?
"สามสิ่งนั้นคือ ...
ความรักที่เหล่าสตาฟฟ์และนักพากย์ทุ่มเทให้กับผลงาน
เวลา แล้วก็งบประมาณในการสร้างสรรค์ต่างหากเล่า !!!"
เป็นคำตอบที่ทุนนิยมฉิบๆ เลยครับ เฮีย !!
หรือว่าจริงๆ แล้วนี่เป็นเสียงจากใจจริงของทีมงานสร้างลัคกี้สตาร์ทุกท่าน
ที่ร้องขอความรัก เวลา และ ทุน เพิ่มจากนายทุนกันแน่หนอ?
"แต่จะว่าไป นั่นก็ไม่ใช่ปัจจัยที่เราจะทำอะไรได้นี่หว่า ..."
"ใช่ ! ถึงภาพสวยแค่ไหน แต่ถ้าเนื้อเรื่องห่วยมันก็ไร้ค่า !!
ถึงนักพากย์จะเจ๋งแค่ไหน หากไม่มีสีสันมันก็ไปไม่รอด !!"
( ' -')/
oO ( ถูกต้อง !! เห็นด้วย !! สนับสนุนข้อคิดเห็น !! )
oO ( อนิเมแฟนเซอร์วิสที่เนื้อหาเน่าในมันเยอะเกินไปแล้ว !! )

"ว่าแต่นาย ... ชิราอิชิสินะ"
"ขาวซีดซะแล้ว !!"
เอ้า Pause เทป *ปิ๊บ*
มาถึงตรงนี้ก็คงต้องหยุดเพื่ออธิบายสักหน่อยละ
ตรงนี้เป็นการเล่นคำพ้องอักษรกับชื่อของ ชิราอิชิ ครับ
ชื่อของชิราอิชินั้นมาจากคันจิสองตัว อันได้แก่ 白 (ขาว) และ 石 (ก้อนหิน)
ซึ่งถ้าคงตัวหน้าไว้เป็นคันจิ 白 แต่เปลี่ยนตัวหลังเป็นอักษรฮิรากานะ いし
ก็จะเขียนออกมาเป็น 白いし ซึ่งอ่านออกเสียงอีกอย่างได้ว่า "ชิโร่ยฉิ"
และความหมายมันก็คือ "ขาว(ไปซะแล้ว)ด้วย"
เป็นมุขพ้องเสียงที่เข้ากับเนื้อความที่อนิเมเท็นโจกำลังพูดถึงพอดี
ใช่ !! ถ้า อนิเมมันไม่มีสี(สัน) มันก็จะไม่บันเทิง !
แต่ผู้เขียนว่าถ้าตัวละครทุกตัวมีสีหมดยกเว้นชิราอิชินั่นก็อีกเรื่อง !
เอ้า ... Play เทปต่อ กลับมาที่บทของอนิเมเท็นโจ


"เธอ ! เอ่อ ... ตอนนี้คืออากิระสินะ"
"ตอนนี้อะไรเล่า ไม่ว่าจะตอนก่อนหรือตอนนี้ชั้นก็คืออากิระย่ะ"


"เมื่อครั้ง โร(ปิ๊บ) กา(ปิ๊บ)เรนเจอร์ (ปิ๊บ)เตโต้ ไม(ปิ๊บ)
เธอเคยมีความรักที่เปี่ยมล้นให้มันบ้างรึเปล่า !!?"
"ม่ายอ่ะ ม่าย..."
เอ้า Pause วีดีโอ หยุดอธิบายมุขอีกครั้ง
ที่มาของมุขนี้มันอยู่ตรงนี้ครับ ทุกชื่อที่เจ้าอนิเมเท็นโจโพล่งออกมา
คือผลงานที่ผ่านมาในอดีตของตัวคุณ คอนโนะ ฮิโรมิ (คนพากย์อากิระ) ทั้งสิ้น
โรรัน จากอนิเมเรื่อง คิโคเซ็นเนียว โรรัน
ปิโยะจัง จากหนังฮีโร่ เฮียคุจูเซ็นไต กาโอเรนเจอร์
โปเตโต้ จากอนิเมเรื่อง AIR
ลูกไมไม (หอยทาก) B จาก โซเระยูเคะ อันปังแมน

"งั้นก็จงมอดไหม้ในฐานะโคงามิ อากิระไปซร้าา !!"
"ก็อะไรเล่า..."
โอ้เว้ย ! กระชากคอเสื้อทั่นอากิระแบบนั้น ... กล้ามาก !
บ้าขนาดที่อากิระยังไม่อยากจะตอแยด้วย ... คิดดู

"งั้นผมจะขอมอดไหม้ในฐานะชิราอิชิ มิโนรุเองครับ !"
"พูดได้ดีมาก ชิราอิชิ--- !!"
"ก่อนหน้านี้นายเคยออกอีเวนท์ใหญ่มาครั้งนึงแล้วใช่มั้ยล่ะ !!"
(หมายถึง พิธีกรงาน ฮารุฮิ โนะ เงกิโซ นั่นละครับ)
"แต่แค่นั้นมันยังไม่เท่าไหร่หรอก
ก่อนอื่นก็ต้องฝึก Ad-Lib (พากย์สด) ให้เก่งๆ
อย่าให้ไปแพ้ไอ้เจ้าสึงิตะนั่น....!!"
หมายถึงคุณ สึงิตะ โทโมคาซึ ครับ
ไอ้ที่โผล่มาเป็นลูกมือขายของในร้านเกมเมอร์สจากตอนที่แล้วนั่นแหละ
นักพากย์อนิเมเรื่องนี่เล่นกันเองจนกลายเป็นเรื่องปกติแล้วใช่มั้ยเนี่ย?
ถ้าไม่ใช่คนที่ตามข้อมูลพวกนี้มันจะตลกมั้ยฟะ ถามจริ๊งงงง
จบลัคกี้แชนเนล เช้าสู่เพลง Ending ของตอนนี้ ...

ปัดโธ่เว้ย มันกลับมาอีกแล้ว !!
ตอนที่แล้วอุตส่าห์เป็นของสวยๆ งามๆ ล้างตาแล้วเชียวนะ
ขึ้นภาคสามเป็น Return of the ชิราอิชิ อีกจนได้สิ !
เพลงที่ร้องคือเพลง もってけ!セーラーふく (รับไปซะ ! ชุดกะลาสี)
เวอร์ชั่น 曖昧サンシャイン (ไอไม ซันชายน์) ที่ประพันธ์เองร้องเองซะด้วย
ดูไม่จืดจริงๆ ไม่อายกองถ่ายก็อายนักท่องเที่ยวแถวนั้นบ้างเถอะ...

ส่วนสองสาวที่โผล่มาให้เห็นฉากนึงนี่ก็ ...
คุณ คอนโนะ ฮิโรมิ (อากิระ) กับคุณ ฟุคุฮาร่า คาโอริ (ซึคาสะ) ครับ
นั่งบนรถทัวร์หัวร่อต่อกระซิกกัน ในขณะที่ทิ้งให้ชิราอิชิวิ่งไล่ตามเป็นฉากหลัง
สต๊าฟค้าบ วิ่งยาวจนกลับถึงกองถ่ายเลยนะค้าบ ไม่ต้องหยุดจอดรับมัน ...
ในพรีวิวตอนต่อไป เป็นการพูดคุยกันระหว่าชิราอิชิกับอานิซาวะ
ที่น่าติดใจคือประโยคสุดท้ายของชิราอิชิที่พูดว่า
"คุณอานิซาวะโผล่มาเป็นตอนสุดท้ายแล้ว ลาก่อนเน้อ"
โอว จริงหรือครับ? เราจะไม่ได้เห็นหน้าเท็นโจแล้วหรือ?
ไม่ทราบว่าหมดคิว หรือว่าโดนนายทุนล็อกคอลากไปคุยเป็นการส่วนตัวกันแน่?
ก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่า สุดท้ายจริง หรือว่าสุดท้ายหลอกๆ ....
นายน้ำมะนาว4-0 เพิ่งเขียนบ่นเรื่องเบื่ออนิเมเท็นโจไปหยกๆ
ตอนถัดมาดันจะหายไปซะจริงๆ...
คิดแล้วก็น่าใจหาย
เอาละ ย่อยมุขลัคกี้สตาร์ตอน 17 ก็ขอจบแต่เพียงเท่านี้ครับ
อัพบล็อกครั้งต่อไปก็คงเป็นคิวโดจินเวิร์คละ
ถ้าสิ่งที่ผู้เขียนคาดไว้ถูกต้อง โดจินเวิร์คตอนที่จะถึงนี้ งานจะต้องกลับมาเนี้ยบ
มารอดูกัน
บ๊ายนี----