「十人十色」
โอฮาลัคกี้---
อุตส่าห์ดีใจว่าช่วงนี้ฝนไม่ค่อยตกแล้วเชียว
เลยออกจากบ้านโดยไม่ได้ปิดหน้าต่าง
... ก็เจ๊งสิครับ ห้องผู้เขียน เฮ่อ
ไม่รอช้า มาเริ่มกันเลยดีกว่า

โคนาตะเอาขนมมาเลี้ยงเพื่อนๆ อ๊ะ วันนี้ฝนท่าจะตกหนักอีกรอบ
... ไม่ใช่หรอกครับ
โคนาซะซื้อขนมเวเฟอร์สอดไส้ช็อคโกแล็ตมาเพื่อเอารูปลอกแถมแต่ไม่กินขนม
คนแบบนี้มีจริงๆ ด้วยแฮะ ซื้อขนมเอาของเล่น ...
จะว่าไปก็สะท้อนใจวัยเด็กของผู้เขียนอย่างบอกไม่ถูก ... โดราเอมอน โดราเอมอน
อา อา--- สมุดรวมรูปลอกเซนต์เซย์ย่ากับดราก้อนบอลเอ๋ย เจ้าอยู่หนใด
บทสนทนาต่อมาเป็นจุดที่สนุกสนานและน่าสนใจมิใช่น้อย 
โคนาตะ ชอบแกล้งคนก็เลยเป็น หมาจิ้งจอก
(ใช่สิ วันๆ เอาแต่แกล้งคางามินี่นา ... เป็นทานูกิก็ได้นะแบบนี้)
ซึคาสะ ดูจากอิมเมจแล้วน่าจะเป็น สุนัข
(ตรงที่เชื่อง .... สินะ แต่สุนัขเป็นสัตว์ฉลาดเฉลียวนาครับ)
ยูทากะ ให้ภาพพจน์ของสัตว์ตัวเล็กเลยเป็น กระรอก
(แต่กระรอกเป็นสัตว์แอ็คทีฟ ... ผู้เขียนว่าหนูพุกเหมาะกว่า)
คางามิ นิสัยขี้เหงาก็ต้องเป็น น้องกระต่าย
(อ้าว กระต่ายเป็นสัตว์ขี้เหงาเรอะ? เพิ่งรู้)
เจ๊ยูอิ ภาพพจน์เป็นพวกเคลื่อนไหวอย่างเข้มแข็งก็ เสือดาว
(จากสายตาของเจ๊ยูอิยามอยู่หลังพวงมาลัยนั้น ... เออ ... เหมือนๆ)
อิวาซากิ สุขุมและสง่างามดุจดั่ง พญาเหยี่ยว
(เห็นด้วยอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง นึกไม่ออกแล้วว่าจะมีอะไรเหมาะกว่า)

มิยูกิ ให้ความรู้สึกนุ่มๆ ฟูๆ พองๆ งั้นก็ต้องเป็น แกะ
(แต่ก็เหมาะกับวัวด้วยเหตุผลของโคนาตะเช่นกัน อื้มๆ)
ส่วนผู้เขียนคือตัว สล็อธ ครับ ... อะแฮ่ม =P
........
มาถึงบทสนทนาถัดมา
ซึคาสะถามโคนาตะว่า โมเอะ (萌え) แปลว่าอะไร?
"จะว่าเป็นคำที่ใช้แสดงความชื่นชอบที่มีต่อสิ่งหนึ่งๆ มันก็ไม่ผิดนัก
แต่ตัวชั้นเองก็ไม่ค่อยรู้ละเอียดมากเหมือนกัน ...."
แม้กระทั่งโอตาคุอย่างโคนาตะเองยังไม่อาจบรรยายออกมาเป็นตัวหนังสือได้
คำว่าโมเอะมันช่างมีความหมายที่ลึกล้ำเสียเหลือเกิน
ถ้าจะให้ผู้เขียนจำกัดความ ... อืม นั่นสินะ
ก็คงเป็นเวลาที่เราได้เห็นอะไรที่มัน จี๊ด เสียด-อกแบบว่านี่ละใช่เลย
จะว่าความชอบก็ไม่ผิดนัก แต่มันก็ไม่ใช่แค่แบบว่าชอบไอ้นั่นชอบไอ้นี่
มันเป็นความชอบแบบที่เรียกว่า โดนใจใช่เลย ที่ทำให้ร้อนวูบๆ ไปชั่วขณะ
ก็ไม่รู้คำนี้มันมาบูมในไทยตั้งแต่เมื่อไหร่เหมือนกัน
จำได้ว่าผู้เขียนเคยใช้คำนี้เขียนบทความเชิงอนิเมอยู่ทีนึง
สมัยนั้นไม่มีใครเก๊ตคำนี้เลยสักคน (ฮา) เลยไม่ได้ใช้อีกจนถึงปัจจุบัน
เอาเถอะ คำใครชอบใคร่ใช้ก็เป็นอิสระ แต่ขอให้ถูกกาลเทศะก็แล้วกัน
ที่สำคัญเราคนไทยอย่าหลงลืมคำภาษาไทยของชาติเราเองครับ เห็นเยอะเลย คนจำพวกที่ว่าเวลาจะพูดถึงอะไรอย่างนึงต้องพูดเป็นภาษาต่างชาติ
เพราะนึกไม่ออกว่าคำนั้นภาษาไทยว่าอะไร ... ใช้ไม่ถูก ใช้ไม่เป็น
แบบนี้เรียกว่าใช้คำต่างชาติจนลืมภาษาบ้านเกิดตัวเอง ไม่น่าพิศมัย
**อีไตเฮาไดสนับสนุนการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องจ้า**
มาถึงซีนน่ารักๆ ของคางามิกันบ้าง
คางามิได้หนังสือดีๆ มา ก็เลยอยากให้โคนาตะลองอ่าน

"นี่ไง โคนาตะ เธอชอบคนวาดภาพประกอบคนนี้ใช่มั้ยล่ะ อ่านดูสิ"

แล้วดูคางามิเขา นั่งจ้องซะจนโคนาตะอึดอัด
เวลามีอะไรดีๆ ก็อยากให้คนที่ชอบได้อ่านด้วย
พอเขาได้อ่านก็อยากรู้ว่าความรู้สึกของเขาเป็นยังไง
ชอบตรงนี้รึเปล่า ถูกใจเหมือนเรามั้ย
ด้านที่เป็นเด็กของคางามิเนี่ย บางทีก็ ซื่อตรง เกินคาดเหมือนกัน ... น่ารักๆ
ฉากต่อมา เรามาฟังโคนาตะบ่นกระปอดกระแปดกันบ้าง
"ปีนี้เลือกตั้งเยอะชะมัด ทำเอาเวลาฉายรายการทั่วไปเลื่อนซะหมด
ดูอย่างก่อนหน้าเนี้ยสิ ทั้งๆ ที่ฉายเป็นตอนแรกแท้ๆ
กลับต้องโดนเลื่อนฉายออกไปตั้ง 4 ชั่วโมง ..."
... ฮะๆ เลื่อนฉาย 4 ชั่วโมง
ที่โคนาตะบ่นถึงก็ไม่ได้หมายถึงเรื่องไหนหรอกครับ ลัคกี้สตาร์นี่แหละ
เป็นเรื่องจริงของสถานีจิบะ ที่ต้องเลื่อนฉายกำหนดฉายลัคกี้สตาร์ตอนแรก
(และตอน 3) ออกไป 4 ชั่วโมงเพราะติดถ่ายทอดสดการเลือกตั้งในพื้นที่
วู้ ... โคนาตะ สนใจข่าวสารการเมืองเสียบ้างสิ อย่าเอาแต่ดูการ์ตูนทั้งวัน
"อ้าว แล้วทำไมตอนถ่ายทอดสด K-1 (รายการศิลปะการต่อสู้)
เบียดเวลารายการปกติไม่บ่นมั่ง อิซึมิชอบรายการต่อสู้ใช่มั้ยล่ะ"
"ถึงจะมีประสบการณ์แต่ก็ไม่ได้ชอบค่ะ"

"อนิเมเองก็เถอะ บางทีก็ฉายเป็นรายการพิเศษไม่ใช่เรอะไง มายฮันนี่"
"ถึงอนิเมจะฉายเกินเวลาก็ไม่ได้เบียดเบียนรายการข้างหลัง ดังนั้นไม่มีปํญหา"

"เป็นนักเรียนเตรียมเอนท์มัวมาห่วงเรื่องพรรค์นั้นอยู่ได้ ท่องตำราซะเซ่ !!"
"สุดท้ายก็เอาชนะด้วยกำลังจนได้นี่นา---"
(หมายถึงเถียงไปเถียงมาสุดท้ายก็เอาความเป็นครูมาข่มให้ท่องตำรานั่นละครับ)
เห็นว่าสนุกดี ก็เลยขอยกประโยครุก-รับด้านบนมาใส่เต็มๆ
มุขด้านบน แฟนๆ เกม Super Robot คงจะขำกริ๊กๆ กันแล้ว
สำหรับคนที่ไม่ได้เล่นและไม่ได้เคยเห็น ก็คงต้องอธิบาย
ฉากต่อสู้ในเกมที่โคนาตะกับคุณครูนานาโกะล้อเลียนข้างต้น
เป็นฉากที่มาจากเกมซีรียส์ Super Robot Taisen ของเครือ Banpresto ครับ
ฉากคัตซีนแบบแบ่งจอเป็นสองฝั่งต่อสู้กันนี้เป็นเอกลักษณ์ของเกมเลยก็ว่าได้
และถ้าให้เจาะจงลงลึกไปอีกหน่อยก็คงต้องบอกว่า
เป็นคัตซีนที่มาจาก Super Robot Taisen ภาค W ของเครื่อง DS
เพราะเกมนี้มีแค่สองภาคที่มีหุ่นยนต์จากเรื่อง ฟูลเมทัล พานิค ไปลง
นั่นคือภาค J (จากเครื่อง GBA) และ W (จากเครื่อง NDS)
แต่พอดูจากอินเตอร์เฝสหน้าจอเกมแล้ว ... ภาค W ชัวร์ๆ
เทียบกะภาพในอนิเมด้านบน เหมือนเป๊ะใช่ม้า

คนนี้แหละ ซางาระ โซสึเกะ พระเอก ฟูลเมทัล พานิค
........
ฝนตกจักๆ มือซ้ายหิ้วปลา มือขวาถือผัก พอถึงที่พัก วางผักวางปลา~♪
ซีนฝนตกถัดมามีตัวประกอบสองตัวจากเรื่องอื่นโผล่มาให้เราเห็นกัน

"นี่ รอเดี๋ยวสิ สึซึเมะ"
สึซึเมะ (คนวิ่งหนี) กับ อิจิโกะ (คนวิ่งไล่)
จาก OVA เรื่อง MUNTO ~時の壁を越えて~
(MUNTO -ผู้ก้าวข้ามกำแพงแห่งกาลเวลา-) ของเกียวโตอนิเมชั่นนี่แหละ
ทั้งคู่เป็นเพื่อนร่วมชั้นและเพื่อนในวัยเด็กของนางเอกในเรื่อง MUNTO ครับ

และตัวละครที่ชื่ออิจิโกะ (คนที่วิ่งไล่) เนี่ย พากย์เสียงโดยคุณ ชิมิซึ คาโอริ
ซึ่งพากย์เป็นแม่สาวโอตาคุ ทามุระ ฮิโยริ ในเรื่องลัคกี้สตาร์นี้เอง
(เธอจะปรากฏตัวเป็นเรื่องเป็นราวครั้งแรกในครึ่งหลังของตอนนี้ครับ รอดู)
ยื้มๆ ตัวกันมาใช้โปรโมทละเนาะ ...
พอเห็นสึซึเมะใส่ชุดกันฝน (หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่ากัปปะ)
โคนาตะก็อดสงสัยขึ้นมาไม่ได้ ...
โคนาตะ "จะว่าไปเสื้อกันฝนเนี่ย ใส่แล้วมันดูน่าเกลียดพิลึก"
คางามิ "นั่นสิ ใส่แล้วดูเด็กๆ จะตายไป"
"แต่ทำไมวาดเป็นภาพแล้วมันดูโมเอะก็ไม่รู้สิเนอะ"
โอ้ อากิระในชุดกันฝน ... น่ารัก ใส่ซื่อ น่าเอ็นดู (ถ้าไม่นึกถึงอีกโฉมหน้านึง)
เอ้า โหม่เอ๊~♪ เสียจริง
โลกอนิเมกับการ์ตูนมันก็แบบนี้แหละ ของบางอย่างอยู่ในการ์ตูนมันก็ดูดีหรอก
แต่มานึกดูในโลกของความเป็นจริงมันกลับกลายเป็นอีกเรื่อง
อย่าง สาวซุ่มซ่าม เนี่ยถ้ามีอยู่ใกล้ตัวจริงๆ จะทนกันไหวหรือหว่า?
เดินเป็นชนโน่นชนนี่ ทำข้าวของหักแตกเสียหาย ชาวบ้านเดือดร้อนไปหมด
หรือไม่ก็สาวปากแข็ง ซึนเดเระ ที่วันๆ ได้แต่พูดจาอวดดีแว้ดๆ ใส่คนนี้ทีคนนี้ที
จิตใจเบื้องลึกจะอ่อนโยนจริงรึเปล่าก็ไม่รู้แหละ จะมีคนคบหาสมาคมด้วยเร้อ?
นี่ยังไม่นับพวก เอ๋อสุดขั้ว มั่วสุดขีด มือตีนหนัก หน้าตายไม่พูดไม่จา และอื่นๆ
ซึ่งล้วนแต่ไม่น่าจะไปได้ดีในสังคมแห่งความเป็นจริง ...
อย่างน้อยๆ ก็ไม่ใช่ในเทรนด์นิยมสมัยนี้แน่นอน
อ้อ แต่สาวแว่นเป็นข้อยกเว้นนะครับ~♪
ซีนต่อมา เป็นซีนที่ซึคาสะเมล์โต้ตอบกับคุณแม่เรื่องซื้อกับข้าวเข้าบ้าน
ซึ่งซึคาสะเมล์ตอบกลับด้วยภาษาสุภาพแบบเต็มยศเชียว
"เวลาเมล์โต้ตอบกับที่บ้านแล้วมันเผลอเป็นคำสุภาพทุกทีเลยเนอะ"
"อื้ม เข้าใจๆ"
ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นแล้ว โดยปกติคนในครอบครัวจะไม่คุยกันโดยใช้ภาษาสุภาพ
(เช่นคำลงท้ายด้วย -masu หรือ -desu) แต่จะคุยกันลงท้ายแบบห้วนๆ ครับ
เป็นการแสดงออกถึงสถานภาพภายในครอบครัวในสังคมญี่ปุ่นว่าสนิทสนมกันดี
การพูดลงท้ายด้วยคำสุภาพนั้นจะใช้แต่กับคนนอกที่ต้องระวังกริยาท่าทีกันเท่านั้น
ซึ่งตรงนี้คงจะแตกต่างกับวัฒนธรรมไทยที่สอนให้พูดจาสุภาพกับผู้หลักผู้ใหญ่อยู่บ้าง
ผู้เขียนเองก็เป็นแบบซึคาสะเหมือนกันนี่แหละ ...
เผอิญว่าในครอบครัวผู้เขียน ...
คุณพ่อคุณแม่จะอยู่ในฐานะเพื่อนของลูกๆ เสียมากกว่าฐานะของปูชนียบุคคล
ดังนั้นเวลาพูดคุยกันก็จะไม่ได้พูดครับ (หรือคะ - สำหรับน้องสาว) เสียทุกคำ
แต่เมื่อใดที่ MSN พูดคุยกัน (ทันสมัยมั้ยละครับ ... มีใช้ emoticon ด้วยนะเออ)
ไม่รู้ทำไมต้องพิมพ์โต้กันเป็นประโยคสุภาพตลอด ทั้งฝ่ายนี้และฝ่ายคุณแม่
คงเพราะภาษาเขียนแค่ตัวหนังสือมันบ่งลึกถึงน้ำเสียงและอารมณ์ของผู้พูดไม่ได้
เวลาพิมพ์แบบไม่ลงท้ายครับค่ะ จึงมักจะดูห้วนและแข็งกระด้างเกินไปเสมอๆ
บางทีเหมือนเป็นการพูดกระโชกโฮกฮากไปเลยก็มี ...
แต่พอพิมพ์คุยกันแบบสุภาพๆ ลงไปมันก็รู้สึกกระดากอย่างบอกไม่ถูกแฮะ
เอ๊ะ วันนี้ัยังไง ไหลออกนอกเรื่องซะเรื่อย ...
เขาว่าเวลาคนเรามีเรื่องทุกข์ใจก็มักจะระบายเรื่อยเปื่อยโดยไม่รู้ตัว
นี่หมายความว่าผู้เขียนกำลังทุกข์ใจใช่หรือไม่?
อะไร? ที่ไหน? ยังไง? ใครช่วยบอกที ...
เข้าสู่ครึ่งหลังของเรื่อง
มาดูบทบาทของเหล่าตัวละครน้องใหม่กันบ้างเป็นไร
ชั่วโมงพละของห้องของยูทากะ วันนี้เป็น ดอดจ์บอล ครับ
(ดอดจ์บอลคือกีฬาที่ผู้เล่นสองฝ่ายขว้างลูกบอลใส่กัน ใครโดนบอลถือว่าออก
หมดเวลาทีมไหนเหลือมากกว่าเป็นฝ่ายชนะ หรือฝ่ายไหนคนหมดก่อนแพ้)
เปิดตัวละครใหม่ ทามุระ ฮิโยริ แบบที่มีบทบาทจริงๆ จังๆ กะเขาซะที
แถมเปิดตัวครั้งแรกก็อธิบายคาแร็คเตอร์ชัดเจนเลยครับว่าเป็นคนแบบไหน
"คุณโคบายาคาว่าเป็น ฝ่ายรุก ส่วนคุณอิวาซากิอยู่ในเส้น ...."
"... ก็เป็น ฝ่ายรับ สินะ"
"เอ้อ ไม่ใช่ๆ ฝ่ายป้องกัน ต่างหาก"
...
...
อ้า .. บ่งบอกถึงตัวตนได้ชัดเจนเป็นบ้าเลยครับ
คำที่ทามุระพูดออกมาในต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น
คือว่า 攻め (เซเมะ - รุก) และ 受け (อุเคะ - รับ)
ซึ่งในวงการการ์ตูนแล้ว มีความหมายถึงการ รุก-รับ ทางเพศนั่นเอง
แต่ในการแข่งกีฬาแบบนี้ คำว่า 攻め (รุกหรือจู่โจม)
ต้องตรงข้ามกับคำว่า 守り (มาโมริ - ป้องกัน) ครับ
คำว่า รุก-รับ ในภาษาไทยอาจจะใช้ได้ (อย่างบอล ฝ่ายรุก-ฝ่ายรับ)
แต่ในภาษาญี่ปุ่น คำว่า 受け (รับ) มันจะมีความหมายในเชิง ยอมรับเข้ามา
ซึ่งใช้กับเรื่องกีฬาไม่ได้ (แต่ในความหมายทางเพศ คงจะทราบกันดี)
ทามุระ ฮิโยริ ตัวละครตัวนี้เป็นพวกคลั่ง Y (รักร่วมเพศ) แน่นอน
ก็เลยเผลอหลุดคำเฉพาะวงการการ์ตูนออกมาซะแบบนั้น จะติดอยู่ก็ตรงที่
ยังไม่รู้ว่าเป็น Y ของ YAOI (ชายรักชาย) หรือ YURI (หญิงรักหญิง) กันแน่
รอพิสูจน์กันต่อดีกว่า
แต่ก่อนอื่น ...
อ้าว ... แพ็ตตี้ (แพ็ตทริเชีย มาร์ติน) อยู่ห้องเดียวกับยูทากะเองหรอกเรอะนี่
จากครั้งที่ปรากฏตัวคราวที่แล้ว (ในร้านคาเฟ่คอสเพลย์คู่กับโคนาตะ)
คงยังจะจับจุดตัวละครตัวนี้กันได้ไม่ชัดเจนเท่าไหร่ แต่มาตอนนี้ละครับ ชัวร์

ยูทากะ "ตั้งแต่มาถึงญี่ปุ่นเนี่ย ไปเที่ยวที่ไหนมาบ้างรึยัง"
แพ็ตตี้ "ค่า ไปทัวร์เดินสาย แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ มาเรียบร้อยแล้ว""
อิวาซากิ "แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์?"
แพ็ตตี้ "ค่า ไปเที่ยวแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์อันขึ้นชื่อ 3 แห่งของญี่ปุ่นมาแล้ว"
ยูทากะ "อย่างคามาคุระ เกียวโต หรือนารา น่ะเหรอ?"
แพ็ตตี้ "ไม่ใช่ค่ะ... "
แพ็ตตี้ "อากิบะ (อากิฮาบาร่า) จังหวัดโตเกียว ..."
แพ็ตตี้ "นิปปอนบาชิ จังหวัดโอซาก้า ..."
แพ็ตตี้ "แล้วก็ โอสึ ของจังหวัดนาโงย่าค่า"
โอ้ ... ชัวร์แล้วเช่นกัน แพ็ตทริเซีย มาร์ตินคนนี้เป็น โอตาคุ
ปกติคนต่างชาติมาญี่ปุ่นมักจะมาเที่ยวชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์กัน
อย่างคามาคุระ เกียวโต และนารา อันเป็นที่ตั้งของวัดและปราสาทเลื่องชื่อ
แต่แพ็ตตี้กลับไม่ใช่งั้น สามแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ในสายตาของเธอดันกลายเป็น
อากิบะ นิปปอนบาชิ และ โอสึ (รวมถึงนากาโนะ และคิจิโจจิ)
ย่านดังกล่าวล้วนแต่เป็นย่านเครื่องใช้ไฟฟ้าชื่อดังของญี่ปุ่นครับ
แน่นอนว่ามีสินค้าการ์ตูนและอนิเมจำหน่ายมากมาย จนผู้คนขนานนามกันว่า
"แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าโอตาคุ" ที่ต้องไปเหยียบสักครั้งในชีวิต
โอตาคุนำเข้าชัดๆ ... แพ็ตทริเซีย
กลับมาดูที่ทามุระ ฮิโยริกันอีกครั้ง
เห็นเพื่อนสาวสองคนกอดกัน จินตนาการมันก็บังเกิด ... ต้องวาดๆ

"ฮะ ! ไม่ได้ๆ ...
จะมองเพื่อนด้วยสายตาโสโครกแบบนั้นไม่ด้ายยย"
เริ่มเข้าเค้า ...
มาดูซีนถัดมา ในสมุดสเก็ตช์ภาพของทามุระ

ปริศนาทั้งหมดไขกระจ่างแล้ว !
ดูจากรูปสเก็ตช์ (ที่เอายูทากะและอิวาซากิเป็นต้นแบบ) ข้างต้น
ทามุระ ฮิโยริ เป็นพวกคลั่ง Y สาย YURI (หญิงรักหญิง) แน่นอน
เห็นหน่อยเป็นไม่ได้ ต้องจับมา จิ้น วาดเป็นภาพเสียร่ำไป

"ฮะ ! ไม่ได้ๆ ...
จะเอาเพื่อนมาเขียนด้วยสายตาโสโครกแบบนั้นไม่ด้ายยย"
ก็ยังรู้ตัวนี่นะ ... แบบนี้ยังพอเยียวยาไหว
เรื่องราวของเหล่าสาวๆ โอตาคุยังไม่หมดเพียงเท่านั้น

แพ็ตตี้ "คุณทามุระไป โอโตเมะโร้ด กันมั้ยค้า"
ยูทากะ "โอโตเมะโร้ดคือที่ไหนเหรอ"
แพ็ตตี้ "ไม่รู้จักหรอกเหรอค้า"
อิวาซากิ "ชั้นก็ไม่รู้"


จินตนาการเกี่ยวกับโอโตเมะโร้ดของยูทากะ ... ไปกันคนละเรื่องเลย
"โอโตเมะโร้ดตั้งอยู่ในจังหวัดโตเกียว เขตอิเคะบุคุโร่
บริเวณซันไชน์ 60 (ซันไชน์ซิตี้) ที่นั่นมีการ์ตูนและอนิเม
รวมถึงสินค้าคาแร็คเตอร์กู๊ดส์ขายมากมายพอๆ กับอากิบะ
แต่ที่ต่างออกไปก็คือลุกค้าที่มาส่วนมากเป็นผู้หญิง ดังนั้นคนเลยพากัน
ตั้งสมญานามว่า โอโตเมะโร้ด (ถนนสายหญิงสาว) ยังไงละค้า ..."
"... สรุปก็คือเป็นสถานที่ของเหล่า ฟุโจชิ นั่นเองค่า"

โอโตเมะโร้ด ภาพสถานที่จริง
乙女ロード (โอโตเมะโร้ด - ถนนสายหญิงสาว) ก็เป็นสถานที่ดังที่ว่าไป
ดีครับ ดี อธิบายเองหมดเลย สบายแรงผู้เขียนไป
ที่เหลือก็คือคำว่า 腐女子 (ฟุโจฉิ) ที่คงต้องอธิบายเพิ่มเติมกันหน่อย
คำนี้มาจากคำญี่ปุ่นสองคำคือ 腐 (คุซะ - เน่าเฟะ) กับ 女子 (โจฉิ - ผู้หญิง)
ความหมายของฟุโจฉิก็คือ เหล่าผู้หญิงที่ชื่นชอบความรักร่วมเพศ
ระหว่างชายกับชาย (หรือที่เรียกกันว่า BOY's LOVE หรือ YAOI)
ผ่านทางสื่อจินตนาการจำพวกการ์ตูน นิยาย เกม และอื่นๆ นั่นเอง
คำว่าฟุโจฉิเดิมทีเป็นคำที่กลุ่มผู้หญิงผู้ชื่นชอบ BL (BOY's LOVE)
ใช้เรียกขานตัวเองในเชิงดูแคลน แต่ในเวลาต่อมา
คำที่ใช้กันเองในกลุ่มคำนี้กลับเป็นที่แพร่หลายกว้างขวางขึ้น
จนบางครั้งผู้คนพากันเหมารวมเรียกโอตาคุที่เป็นผู้หญิงว่าฟุโจฉิไปเสียหมด
(ซึ่งในความเป็นจริง โอตาคุผู้หญิงที่ไม่ได้ชอบ BL ก็มีอยู่ เช่นโคนาตะ)
แพ็ตตี้รู้ละเอียดยังกะโอตาคุต้นตำรับก็ไม่ปาน
ยูทากะ "เอ๋ ... เน่าเฟะเหรอ"
ฮิโยริ "ก็ ... จะว่าไปมันก็ใช่อ่ะนะ"

มาพูดถึงคนนี้กันบ้าง
คุซาคาเบะ มิซาโอะ สาวน้อยนิสัยห่ามๆ โผงผาง และตรงไปตรงมา ...
ไม่รู้ยังไง ผู้เขียนชอบตัวละครตัวนี้มากขึ้นทุกทีที่เห็น
"มีทบอลของโปรดตกพื้นง่า---"
ไม่เป็นไร กฏสามวินาที ก็มีข้อยกเว้น
三秒ルール (ซัมเบียวรูล - กฏสามวินาที) ที่พูดถึงนี้เป็นโจ๊กคนญี่ปุ่นครับ
พูดกันว่าถ้าทำของกินตกพื้น แล้วหยิบขึ้นทันภายใน 3 วินาทีถือว่ายังกินได้
คล้ายๆ กับมุขตลกไทยที่พูดเล่นกันว่า "ไม่เป็นไรเชื้อโรคยังไม่เห็น" นี่เอง
มุขนี้จะพบเห็นได้ในการ์ตูนทั่วไปเมื่อใครทำของกินหล่นพื้นสักอย่าง
แต่เด็กดีอย่าเลียนแบบเชียว นอกจากจะเสียมารยาทแล้ว เดี๋ยวท้องจะเสียเอา
ลัคกี้แชนเนลตอนนี้ไม่มีอะไรต้องพูดถึงนะครับ
เพราะเป็นแค่แนะนำชื่อตัวละครหน้าใหม่ที่โผล่มาทั้งหมดในตอน
มาถึงเพลงจบตอนนี้ดีกว่า



โอ... June Bride ที่แสนงดงาม ไม่ทราบว่าท่านผู้อ่านคุ้นหน้ากันหรือยัง
สาวน้อยท่านนี้คือคุณ ฟุคุฮาร่า คาโอริ คนพากย์แฝดผู้น้อง ซึคาสะ ครับ
เป็นมิวสิควีดีโอใสๆ พร้อมเพลงประกอบที่ประพันธ์เองร้องเองของชิราอิชิ
ชื่อเพลง かおりんのテーマ (คาโอริน โนะ ธีม - ธีมของคาโอริน)
จากใจจริง ... เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าชิราอิชิร้องเพลงเพราะ
感動した!(คันโดชิตะ - ประทับใจจ๊อด !) ร้องดีๆ ก็ร้องได้นี่นา
ผู้เขียนคาดว่าที่มาของมุขนี้ มาจากข่าวที่เกิดจริงๆ ในจังหวัดไซตามะ
เนื่องจากว่า ศาลเจ้าวาชิโนะมิยะ ที่แพร่ภาพปรากฏในเรื่องลัคกี้สตาร์
(ศาลเจ้าที่ครอบครัวฮิอิรางิไปทำงานตอนวันงานปีใหม่นั่นละครับ)
ถูกเหล่าโอตาคุบุกจู่โจม โดยการเขียนป้ายอธิษฐานไปแขวนไว้เต็มไปหมด
โดยหนึ่งในคำอธิษฐานที่พบเป็นจำนวนมากก็คือ "ซึคาสะเป็นเจ้าสาวของชั้น"
จนตกเป็นข่าวสร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนในละแวกนั้นเป็นการใหญ่
ศาลเจ้าวาชิโนะมิยะ จังหวัดไซตามะ สถานที่จริง
ทางเกียวโตอนิเมชั่นก็เลย โชะ... จัดให้
ซึคาสะ (คุณฟุคุฮาระ) ในชุดเจ้าสาว ที่เหล่าแฟนๆ ฝันถึง
.... หลังจากนั้นก็ทำการขยี้ฝันดีให้แหลกละเอียด
ด้วยความจริงที่ว่าตัวตนของเจ้าสาวคนนี้ คือ .... ชิราอิชี้----
... ทำร้ายจิตใจแฟนๆ กันเป็นทิวแถว ปัดโธ่เอ๋ย
ก็เป็นอันว่าย่อยมุขลัคกี้สตาร์ตอนนี้จบแต่เพียงเท่านี้ครับ
ไอ้ฝนบ้าเอ๊ย !!
บ๊ายนี---