2007/Aug/27

「二次に本質あり」


โอฮาลัคกี้---


น้ำมะนาว4-0 ของมิตรรักแฟนบล็อกกลับมารับใช้ท่านอีกครั้ง
สัปดาห์ที่ผ่านมา กระผมและนาย Genocide Fang เจ้าของบล็อก
กับเพื่อนอีกท่านหนึ่งได้ออกเดินทางไปตะลอนต่างประเทศมาทั้งสัปดาห์
ตอนแรกกะไว้ว่าย่อยมุขตอน 19 นี้จะรีบทำให้เสร็จและอัพเดตให้ทันก่อนไป
แต่ไปๆ มาๆ ก็ฉุกละหุกจนเขียนเสร็จไม่ทันจนได้ เลยเพิ่งจะได้กลับมาอัพเดตนี่ละครับ

ตอนนี้เป็นตอนที่เข้าทางกระผมอีกตอนหนึ่ง เพราะอุดมไปด้วยมุขกันดั้ม
หลายๆ ท่านที่ไม่ได้ชื่นชอบกันดั้มอาจจะรู้สึกเอียนและขำไม่ออกอยู่บ้าง
แต่ครั้นจะไม่เขียนถึงเลยก็ไม่ได้ เพราะแต่ละมุขมันอยู่บนแกนเส้นหลักของเรื่อง
จะทำมองไม่เห็นแล้วแล่นผ่านไปเฉยๆ ก็คงจะกระไรอยู่
ก็นึกเสียว่าอ่านเล่นพอเพลินก็แล้วกันครับ



มาเริ่มจากนาทีที่ 2 ก่อนขึ้นชื่อตอน
โคนาตะเล่าให้เพื่อนๆ ฟังถึงเรื่องลูกหมาที่เลี้ยงไว้ในเกม (นินเทนด๊อกใช่ป่ะ?)
ซึคาสะเผลอหลุดปากคำที่ไม่ควรพูดออกมาโดยไม่รู้ตัว




"สงสัยมาตั้งนานแล้ว คำที่เขาใช้สั่งหมาว่า จินจิน เนี่ยมันหมายความว่าไง"

เน้นแอกเซนท์อย่างชัดเจน กลัวคนต่างชาติฟังผิดเหรอไงจ๊ะ
คำว่า ちんちん (จินจิน) ที่ซึคาสะหลุดปากออกมานั้น
ในภาษาญี่ปุ่นคือคำที่เอาไว้ใช้สั่งสุนัขให้ "ยืนขึ้น" (ยืนสองขาหลัง) ครับ
แต่เผอิญมันดันไปพ้องเสียงกับอีกคำที่มีความหมายถึง "อวัยวะเพศชาย" ด้วย




ได้ยินเช่นนั้น ก็เลยสีตกกันทั้งจอแม้แต่ตัวคนพูดเองก็ไม่เว้น




เอ้า ใครคิดถึงเรื่องใต้เข็มขัดบ้าง ยกมือขึ้น


แม้มิwikiซังจะช่วยแก้ต่างให้ว่าเป็นคำที่ทับศัพท์มาจากภาษาจีน
แต่ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่ ต่างคนต่างรู้ตัวกันดีว่าคิดกันเลยเถิดไปถึงไหน

จะว่าไปนี่เป็นมุขใต้เข็มขัดมุขแรกที่กระผมเจอในเรื่องลัคกี้สตาร์นี้เลยกระมัง
(ถ้านับการพูดคุยระหว่างอาบน้ำในตอนที่ 6 เป็นมุขใต้เข็มขัดด้วย
ครั้งนี้ก็ต้องเป็นครั้งที่ 2 ... แต่ยังนับเป็นครั้งแรกตามต้นฉบับคอมมิค)




ยังไม่พ้นนาทีที่ 2 ดี ก็วิ่งชนกับมุขตัวเป้งของตอนนี้เลย
บทสัมภาษณ์คาดตาของโคนาตะกับปะป๊าโซอิจิโร่




ไม่ต้องทำมาเป็นเบลอ ... เขียนคำว่ากันดั้มชัดๆ


โคนาตะ "จะว่าไป กันดั้ม เดี๋ยวนี้ฮิตกันจังนะ เห็นมีตั้งหลายรุ่น ...."




โคนาตะ "V เอย ..."


 

โคนาตะ "W เอย ..."




โคนาตะ "X เอย ..."


เฉลยครับ




เอ้า V Gundam
เจ้าเด็กเลี้ยงแกะ อุสโซ่ เอวิน พระเอกกันดั้มที่อายุน้อยที่สุด
เนื่องจากปีนั้น กันดั้มอายุครบรอบ 13 ปี ก็เลยกำหนดให้พระเอกอายุ 13
อะโห ... เหตุผลคนเรา



ถัดมา Gundam W กับคุณท่าน ฮีโร่ ยูอิ พระเอกเสียงหล่อนิรันดร์กาล
เป็นกันดั้มรุ่นแรกเลยมั้งที่หันมาจับตลาดกลุ่มสาวๆ แบบเต็มตัว




และสุดท้าย การ์โรด รัน จาก Gundam X ที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีคนรู้จัก
มันเป็นกันดั้มที่ไม่มีพระจันทร์ก็ทำอะไรไม่ได้ ข้อจำกัดมันเยอะไปหน่อยละมั้ง


ส่วนกันดั้มอื่นๆ ที่โคนาตะพูดมาไม่มีจริงนะครับ ไม่ว่าจะเป็น
"กันดั้ม กับคดีฆาตกรรมลูกโซ่" (ล้อชื่อเกม คดีฆาตกรรมลูกโซ่ พอร์ตโทเปีย)
หรือ "ยอดนักสืบ กันดั้ม" (ล้อชื่อการ์ตูน ยอดนักสืบ โคนัน)





โซจิโร่ "ถ้ามีจริงละก็ ในฐานะแฟนกันดั้ม มันเป็นชะตากรรมที่ต้องดู"


... เฮ่ย ชะตากรรมเลยเรอะ
กระผมก็แฟนกันดั้มนะครับ แต่ถ้ามีแบบนั้นจริงคงไม่ดูด้วยละ





โคนาตะ "พอพูดเรื่องกันดั้มแล้วถึงจะไม่อยากคิด แต่ตอนนี้
หนูอายุมากกว่า อามุโร่ แล้วนะ แถมอีก 2 ปีก็อายุเท่าคุณ ไบรท์ แล้วด้วย"




อย่ามาทำเป็นปิดบัง ... อับดุลรู้ อับดุลเห็น

โซจิโร่ "ก็คุณไบรท์เค้าดูอาวุโสที่สุดในบรรดาตัวละครกันดั้มนี่นา
ยังมีท่าน ฮามาน อีกคน ที่หน้าตาดูแก่เกินวัย ..."


เคยพูดถึง อามุโร่ เรย์ (พระเอกกันดั้ม) ไปแล้วหลายที
เมินๆ เจ้าหัวฟูนั่นซะบ้าง แล้วมาดูหน้าอีกสองคนที่เหลือดีกว่า





กัปตัน ไบรท์ โนอา (ซ้าย) และ ท่าน ฮามาน คาร์น (ขวา)

ตามเนื้อเรื่องกันดั้มภาคสงครามหนึ่งปีนั้น เริ่มตอนที่อามุโร่เพิ่งอายุได้ 15 ปี
ตอนนั้นกัปตันไบรท์อายุ 20 (แต่หน้าลุงเชียะ) และสำหรับท่านฮามานนั้น ...
คนที่อ่าน CDA ความลับของชาร์ คงจะทราบกันดีว่าก่อนจะกลายสภาพเป็น
คุณป้าหน้าโหด (ทั้งที่เพิ่งจะ 20) ท่านฮามานเคยสวยใสสุดโลลิฯ มาก่อน




เอาท่านฮามานแบบนี้คืนมาาาาา


ความเห็นของกระผม เรื่องนี้กันดั้มภาคนี้เป็นการแฝงสัจธรรมชีวิตที่ว่า
"สงครามเป็นสิ่งไม่ดี" ... ก็ดูสิครับ สงครามทำให้สาวน้อยโลลิคนหนึ่ง
กลายสภาพเป็นป้าฮิสทีเรียบ้าอำนาจไปได้

ดังนั้นเราควรจะต่อต้านสงคราม
NO WAR NO WAR NO WAR


ชักเลยเถิด กลับมาที่เนื้อหาก่อน ...
โคนาตะตอนนี้อายุ 18 ปี (เพิ่งฉลองวันเกิดไปแหม็บๆ ไม่กี่ตอนที่ผ่านมา)
ดังนั้นจึงมีอายุมากกว่าอามุโร่ และอ่อนกว่าไบรท์ (และฮามาน) 2 ปีตามนั้นครับ



นาทีที่ 5
คุณแม่ยูคาริชวนมิยูกิดูหนังสยองขวัญ เนื่องจากไม่กล้าดูคนเดียว





เอ... ถ้าเป็นเรื่องนี้ท่าจะดูคนเดียวไม่ไหวจริงๆ





呪怨 (จูอง) หรือ the grudge ในเวอร์ชันฮอลลีวู้ดนั่นเองครับ
ไม่อยากรู้จักก็ต้องรู้จัก เพราะหน้าปกมันยูนีกมากๆ เลย
เป็นหนังสยองขวัญที่ได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ ในช่วงบูมเมื่อ 3-4 ปีก่อน
ใครดูคนเดียวตอนกลางคืนได้ แสดงว่าขวัญกำลังใจแก่กล้ามาก

อ๊าก ... ผีเด็กปะแป้ง ... ผีอาเจ๊ไม่ตัดผม ... กรี๊ดดดด



นาที่ที่ 6
เจ๊ยูอิมานั่งอ่านการ์ตูนในห้องโคนาตะด้วยเหตุผลว่า
ไม่อยากไปรบกวนยูทากะอ่านหนังสือ

... แล้วมาอ่านในห้องโคนาตะไม่รบกวนโคนาตะเหรอไงครับ
ถึงจะไร้ความหวังแค่ไหนแต่โคนาตะก็เป็นนักเรียนเตรียมเอ็นท์นะเจ๊




การ์ตูนที่ถือในมือนั่นก็ไม่ใช่อะไร
Fate/stay night เล่ม 3 หน้าปกเซเบอร์ x ไรเดอร์



นอกจากนี้ยังมี "อะไรบางอย่าง" ห้อยอยู่ที่เพดานห้องโคนาตะด้วย




... ก็ยังไม่พ้นกันดั้มแฮะ

ไอ้เจ้าตัวนี้คือ 彗星ヒヨコ (ซุยเซฮิโยโกะ หรือ ลูกเจี๊ยบดาวหาง)
ที่โผล่ในเรื่อง 機動戦士ガンダムさん (คิโดเซนชิกันดัมซัง)
ตีพิมพ์ในชื่อไทยโดยสำนักพิมพ์ Ants ว่า กันด๊าม กันดั้ม ครับ





เรื่องนี้เป็นการ์ตูนล้อเลียนกันดั้มที่ฮาแตกที่สุดเท่าที่กระผมเคยอ่านมาเลยทีเดียว
และก็ตามที่เข้าใจนั่นละครับ ตุ๊กตาตัวนี้ล้อเลียน ชาร์ อัซนาเบิล
ซึ่งของจริงเป็นสีแดง ตามสีประจำตัวชาร์



มุ ... ลูกเจี๊ยบพวกนี้ ... เร็วสามเท่า !?


ไอ้เจ้าตุ๊กตาตัวนี้โด่งดังจนทำออกมามากมายหลายเวอร์ชัน
แต่ยังคงเอกลักษณ์สีแดงและหน้ากากที่ไม่เหมือนใครไว้เสมอ

ดูไปดูมาก็น่ารักน่าหยิกดี ชักอยากได้สักตัวบ้างแล้วสิแฮะ ...



ซีนถัดมา โคนาตะแอบหลับในห้องเรียนจนถูกครูนานาโกะเขกกบาลเข้าให้
เผยให้เห็นคัตซีนสั้นๆ ที่แว้บโผล่มาเพียงเสี้ยววินาที





ท่านอากิระกับเจ้าขาว (ชิโร่ยฉิ)
แถมพกด้วยหม่าม้าคานาตะในโพสแอ๊บแบ๊ว
คัตซีนน่ารักๆ แต่โผล่มาแค่แว้บเดียว เสียดายของแย่


มุขจริงๆ ของซีนนี้ที่จะพูดถึง
อยู่กับบทพูดของคุณครูนานาโกะตอนที่เขกหัวโคนาตะครับ

修正してやる! (ชูเซชิเตะยารุ - ปรับปรุงตัวซะ)

บทพูดนี้เป็นบทพูดขึ้นชื่อของ คามิว บีดัน พระเอกจาก Z Gundam
ที่พูดออกมาขณะชกหน้า ควาโทร วาจีนา (ชาร์ อัซนาเบิล) หลังจากที่คามิว
รู้ความจริงเกี่ยวกับปูมหลังและแผนการณ์ของชาร์ที่ปลอมตัวมาเป็นควาโทร


ครูนานาโกะ ตอนที่แล้วเล่นมุขฟูลเมทัล พานิคไปหยกๆ
วันนี้กลับมาใช้มุขกันดั้มดั้งเดิม ... นี่สิถึงจะเรียกว่าธาตุแท้ของคนวัยทอง



มาถึงบทเรียนวิชาประวัติศาสตร์ของคุณครูนานาโกะ
+ เล็คเชอร์เกร็ดความรู้ของนายน้ำมะนาว4-0





ข้อความบนกระดานด้านหลังนั้น
เป็นชื่อของบุคคลที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ทั้งสิ้นครับ
คุณครูนานาโกะเวลาสอนหนังสือก็สอนจริงจังเหมือนกันนี่นา





ชื่อแรก เช กูวาร่า (Che Guevara) แต่ญี่ปุ่นจะอ่านออกเสียงกันว่า เกวาร่า
ชื่อจริงของเขาคือ Ernesto Rafael Guevara de la Serna
เขาคนนี้คือนักสู้เพื่อเสรีภาพเชื้อสายอาเจนติน่า ผู้ก่อการปฏิวัติในคิวบาอันโด่งดัง
ผู้คนทั่วโลกต่างขนานนามให้เขาเป็น สัญลักษณ์แห่งการต่อสู้เพื่อเสรีภาพ

หลายคนอาจจะไม่คุ้นชื่อ แต่ถ้าเป็นรูปนี้คงเคยเห็นกันมาบ้างครับ




เช ... เชยังไม่ตาย

เมื่อ 10 ปีก่อน ในเมืองไทยเราก็มีกระแสบูมของเช กูวาร่ากะเขาเหมือนกัน
โดยผูัที่ปลุกกระแสการต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ในยุคนั้นก็ไม่พ้นวง คาราบาว นี่ละ

ปี พ.ศ. 2540 วงคาราบาวได้ออกอัลบั้มชื่อ "เชยังไม่ตาย"
ซึ่งมีเพลงชื่อเดียวกันนี้เป็นเพลงเอกของอัลบั้ม
ตัวเพลงมีเนื้อหาสอนใจให้คนมีชีวิตอยู่เพื่ออุดมการณ์ของตน
โด่งดังจนเราพบเห็นคำว่า "เชยังไม่ตาย" พร้อมโลโก้ภาพหน้าของเขา
ได้ตามท้องถนนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นสติ๊กเกอร์ โปสเตอร์ รวมไปถึงเสื้อยืดต่างๆ

จนถึงปัจจุบันนี้ ก็ยังมีกลุ่มคนที่เคารพยกย่องแนวทางการต่อสู้ของเขา
และยึดถืออุดมการณ์ของเชเป็นแบบอย่างในการดำรงชีวิตเรื่อยมาครับ





คนถัดมามาคือ ฌอง ปอล ซาร์ต (Jean-Paul Sartre) นักประพันธ์ชาวฝรั่งเศส
ผู้เป็นนักเขียนและนักคิดในเชิง Existentialism (อ่านว่า เอ็กซิสเทนเชียลลิสม์
นักอักษรศาสตร์ไทยบัญญัติคำนี้ไว้ว่า อัตถิภาวนิยม ... ชวนงงเข้าไปใหญ่)

แนวคิดของเขามีอยู่ว่า มนุษย์เราแตกต่างกับสิ่งของหรือวัตถุตรงที่มีเสรีภาพ
หากปราศจากเสรีภาพที่จะคิด ที่จะพูด ที่จะแสดงออกแล้ว
มนุษย์ก็ไม่ต่างอะไรไปจากก้อนหินก้อนหนึ่ง
ฌองพยายามชี้ให้เห็นว่าสื่อมวลชนจำต้องต่อสู้เพื่อเสรีภาพ
ไม่ตกเป็นเครื่องมือของอิทธิพล ไม่เซ็นเซอร์ และไม่บิดเบือนความจริง

คิดแล้วก็สะท้อนภาพความจริงของสังคมเราปัจจุบันนี้เหลือเกิน

อ้อ... พูดถึง Censorship
ตอนนี้เว็บ YouTube เข้าได้ตามปกติแล้วนะครับ เผื่อใครยังไม่ทราบ





มาถึงคนสุดท้าย จอห์น เลนนอน (John Lennon) คนดังที่น่าจะรู้จักกันดี
เขาคือนักดนตรีและนักแต่งเพลงชาวอังกฤษ อดีตสมาชิกวง The Beetles
(สมาชิกที่เหลืออีกสามคนคือ พอล แม็คคาร์ทนี่ย์, จอร์จ แฮริสัน และริงโก้ สตาร์)
เขาเป็นผู้แต่งเพลงอมตะหลายเพลง อย่างเช่น Imagine และ
Give Peace a Chance

นอกจากบทบาททางการดนตรีแล้ว
เขายังเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะนักต่อสู้เพื่อสันติภาพและเสรีภาพ
จอห์นสื่อความคิดคำนึงของเขาผ่านทางเพลงและหนังสือที่เขาเขียน
พร้อมทั้งออกให้สัมภาษณ์เพื่อแสดงถึงจุดยืนแห่งนักต่อสู้ของเขา
ผ่านทางรายการโทรทัศน์และวิทยุมากมายในเวลานั้น


ก็คงน่าจะพอเดาออกเลาๆ แล้วละ ว่าชั่วโมงเรียนวันนี้ครูนานาโกะสอนเรื่องอะไร
... ทั้งสามคนนี้มีจุดยืนที่เหมือนกันคือ เป็นนักต่อสู้เพื่อเสรีภาพแห่งยุคครับ


ออกจะนอกเรื่องอนิเมไปเยอะ แต่ผมว่าเป็นเกร็ดความรู้ที่เข้าทีดี
ก็อย่างที่ครูนานาโกะพูดนั่นละ

"อย่าเอาแต่ดูอนิเม เรียนหนังสือซะบ้าง"



นาทีที่ 10
โคนาตะใส่สปอร์ตบราเดินฉุยฉายในบ้านเนื่องจากอากาศร้อน




"ไอ้นั่นไงละพ่อ ไอ้นั่นน่ะ คูลบิซ ที่บริษัทใหญ่ๆ เขาทำกัน"


ถ้าเป็นอนิเมเรื่องอื่นคงถือเป็นเซอร์วิสซีนไปแล้ว
แต่ไหงพอเป็นลัคกี้สตาร์มีแต่คนบ่นกันว่าโคนาตะช่างไร้เสน่ห์สิ้นดี
เป็นเซอร์วิสซีนที่ไม่ก่อให้เกิดอารมณ์ ไม่โหม่เอ๊ ไม่อะไรสักอย่าง

ก็ช่วยไม่ได้ละน้อ ลัคกี้สตาร์เป็นอนิเมดูเอามุข ไม่ได้ดูเอาหม้อ
ไม่ก็ต้องโทษโคานาตะที่ไม่มีอะไรจะเซอร์วิสนั่นแหละ


ส่วน คูลบิซ (COOL-BIZ) ที่โคนาตะพูดถึง
คือนโยบายการแต่งตัวแบบไม่เคร่งครัดในช่วงฤดูร้อนของทางรัฐบาลญี่ปุ่นครับ
คืออนุญาตให้พนักงานบริษัทแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าตามสบายไปทำงานได้
คำเต็มๆ ของมันก็คือ COOL-BUSINESS นี่เอง


ถึงจะบอกว่าคูลบิซ แต่นี่มันก็เกินไปหน่อยน้อ โคนาตะคุง ...
แถมหล่อนไม่ได้ทำงาน (หรือแม้แต่การบ้าน) ไม่ใช่เรอะไง
ดังนั้นอย่าเอาคำว่าคูลบิซมาอ้างซะให้ยาก



ปลายนาทีที่ 10
คางามิพูดถึงการบริการแบบซุ่มซ่ามในร้านกาแฟคอสเพลย์




"ขอโทษค่ะคุณลูกค้า จะรับ(หก)อีกแก้วมั้ยคะ"


เครื่องแบบในจินตนาการของคางามินั้น
เป็นเครื่องแบบของภัตตาคารครอบครัว (แฟมิลี่ เรสทัวรองต์)
ที่ชื่อว่า Anna Miller's ซึ่งเป็นภัตตาคารแฟรนไชส์ชื่อดังของญี่ปุ่นครับ




เครื่องแบบร้าน Anna Miller's
คือหนึ่งในเจ็ดสุดยอดโรแมนซ์ของเหล่าบุรุษ



น่าจะมีหลายคนคุ้นเคยกับชื่อร้านและเครื่องแบบสไตล์นี้กัน
เพราะถูกเอามาใช้เล่นเป็นมุขในโดจินแนวคอสเพลย์อยู่บ่อยๆ




คางามิม้วนผมด้วยความอาย เอาคะแนนโหม่เอ๊ ไป 12 เต็ม 10



จากนี้ไปเป็นเมดเล่ย์ชุดใหญ่ของทามุระ ฮิโยริครับ
ยิงมุขยาวต่อเนื่องแบบจุใจกันไปเลย





แฮ่ ... ฮือ ... แง่ง ...
ว่ากันว่าศิลปินมักจะใส่อารมณ์ลงในผลงาน เห็นแล้วก็คงต้องเชื่อแฮะ







อ๊ะ...



โอ๊ะ ..



โอ๊ว ...




เฮ่ย ...



อ๊า ...


โจโจ !!
โจโจแน่นอน

ตรงนี้เป็นการล้อเลียนการ์ตูนเรื่อง ジョジョ奇妙な冒険
(หรือชื่อไทย โจโจ ล่าข้ามศตวรรษ) ของ อ.อารากิ ฮิโรฮิโกะ ครับ
หน้าตาตัวละครเข้มๆ ปากหนาเป็นสีๆ แบบนี้ละ เอกลักษณ์ของ อ.อารากิ




SBR กำลังสนุก อย่าลืมติดตาม // **เนืั้อที่โฆษณา**





"สำหรับนักวาดแล้ว มือสองข้างสำคัญยิ่งชีพ ... อั่ก"



มาดูการ์ตูนที่ทามุระวาดกันบ้าง




เฮะ ... ฝีมือดีแฮะ อย่างนี้ไปรุ่งๆ

รูปที่ทามุระวาดมาจากเกม 逆転裁判4 (เกียคุเท็น ไซบัง 4) ของ CAPCOM
หรือชื่ออังกฤษคือ Phoenix Wrights -Ace Attorney-
ตัวละครทั้งสองคือ โอโดโรกิ โฮสึเกะ กับ การิว เคียวยะ ครับ

ก็ไม่แปลกที่อิวาซากิ กับยูทากะจะไม่รู้จัก ขนาดคนวงเกมเองไม่รู้จักก็เยอะ ...



ซีนถัดมา
ระหว่างทางไปเล่นโบว์ลิ่งของสามสาว




ฮะ !! ที่เดินผ่านไปนั่นมัน ...




ไม่เล่นมุข ฟูลเมทัล พานิค ก็เล่น ฟูลเมทัล อัลเคมิสต์ แทนเรอะ ...

เอ็ดเวิร์ด เอลริค กับ รอย มัสแตง
จากเรื่อง 鋼の錬金術師 -Fullmetal Alchemist- นี่นา





สองตัวละครที่สาวๆ กรี๊ดที่สุดประจำปีนั้น




ไม่ได้ๆ ต้องรีบถ่ายเก็บไว้ ... แชะๆๆ



... และเมื่อมาถึงลานโบว์ลิ่ง




"คุณสึซาคุ ที่จองไว้ 3 ที่ถึงคิวแล้วค่ะ คุณสึซาคุ... "

สมเป็นทามุระ ขนาดลงชื่อจองคิวยังลงเป็นชื่อตัวการ์ตูน
ท่านสึซาคุที่ว่านี่ก็พระรองจากเรื่อง CODEGEASS นั่นแลครับ





ฮารุฮิ กับยูกิ คะแนนสวยเชียว

 
... โอตาคุอยู่รอบๆ ตัวเรา ...
คงจะจริงอย่างเขาว่า

เพราะขนาดสกอร์โบว์ลิ่งของเลนข้างๆ ยังลงชื่อผู้เล่นเป็นตัวการ์ตูนล้วนๆ
ฮารุฮิ เคียวน์ ยูกิ มิคุรุ อิตสึกิ ห้าหน่อจากเรื่องฮารุฮิ
แถมคะแนนก็สมจริงซะไม่มี ฮารุฮิกับยูกิ ทำคะแนนทิ้งโด่ง
ในขณะที่มิคุรุจังเหมือนจะล้างท่อรัวๆ คะแนนถึงได้ลงเหวแบบนั้น





"ไปที่ไหนก็เจอแฮะ พวกเดียวกันๆ"



มาถึงฟินาเล่




"คุณทามุระ ... YAOI (ยะโอย) คืออะไรเหรอ?"




"เฮือก !!"

"จะ ... จะเอาในความหมายไหนล่ะ?"


กระผมควรจะพูดถึงดีมั้ยว้า ... ไอ้ความหมายของยะโอยเนี่ย?

やおい YAOI หรือความรักร่วมเพศระหว่างชาย-ชาย
จริงๆ มันเป็นคำย่อมาจาก

山なし (ยะมะนะชิ - ไม่มีไคลแม็กซ์)
落ちなし (โอจินะชิ - ไม่มีมุขจบ)
意味なし (อิหมินะชิ - ไม่มีสาระ)

รวมกันเป็นคำว่า ยะ-โอ-อิ YA-O-I
ความหมายนัยๆ ของมันก็คืออยากเขียนอะไรก็เขียนๆ ไปตามใจชอบ
จะจับคู่หนุ่มไหนกับหนุ่มไหนก็เชิญ ไม่จำเป็นต้องคิดหาเหตุผลอะไรมากมาย
ขอแค่ ’จิ้น ออกมาแล้วอิ่มเอมใจเป็นพอ


แต่อีกความหมายนึงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังของคำนี้ก็คือ ...

やめて (ยะเมเตะ - อย่านะ)
おしりが (โอชิริ งะ - ก้นชั้น)
いたい (อิไต้ - เจ็บ)

"อย่านะ ... ชั้นเจ็บก้น"

คิดว่าคงอธิบายความหมายได้ชัดเจนในตัวมันเองแล้วละ
... อะแหะ


ส่วนตัวกระผมว่าทามุระ ฮิโยริ เป็นตัวละครที่ฮาสะบัดจริงๆ
มีคาแร็คเตอร์เด่นชัด และมีสีสันเป็นเอกลักษณ์มากๆ
เสียดายก็แค่ว่ามาโผล่เอาท้ายๆ เรื่องก่อนจะจบนี่ละ



โอ๊ย ยาว...
เข้าสู่ช่วงลัคกี้แชนเนลกันซะที




ชิราอิชิ มิโนรุ จะออนทัวร์ไปรับลมธรรมชาติ ณ ทะเลป่าเชิงภูเขาฟูจิ

งานนี้ชิราอิชิถูกถีบส่งไปด้วยความเต็มใจของเจ้าตัวประกาศิตของอากิระ

"ไปเอาน้ำป่านั่นมาซะ ชั้นอยากดื่ม"

งวดนี้แหละชิราอิชิเอ๊ย ... ดับเห็นๆ


ก็คงต้องมีบทอรรถาธิบายกันตามเคย

ทะเลป่าเชิงเขาฟูจิ มันคือป่าเขตร้อนชื้นที่อยู่บริเวณภูเขาฟูจิตามชื่อครับ
ซึ่งไอ้สถานที่เนี่ย มันเป็นที่ที่มีสถิติการฆ่าตัวตายสูงที่สุดในญี่ปุ่น
และเป็นสถานที่ที่ว่ากันว่า"เฮี้ยน" ที่สุดที่นึงในญี่ปุ่น
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นป่าทึบ ทำให้เกิดการหลงป่าได้ง่าย
ดังนั้นถึงแม้ไม่ได้ตั้งใจจะมาฆ่าตัวตายก็อาจจะหลงป่าตายเอาดื้อๆ ได้

ดูจากสีหน้าของชิราอิชิ และบรรดาเครื่องรางของขลังที่ทางสตาฟโยนมาให้
บ่งบอกได้เลยว่างานนี้ "รอดยาก" ครับ

บ๊ายบาย ... เซบาสเตียน ไม่ต้องกลับมาเสนอหน้าเป็นครั้งที่ 2 เลยนะ


และก่อนปิดรายการ อากิระแง้มๆ มาว่า
"ตอนหน้าจะมีแขกรับเชิญพิเศษ"

อืม ... หาคนมาทำหน้าที่แทนไว้ด้วยแบบนี้
แสดงว่ากะจะปล่อยเจ้าเซบาสเตียนตายหมกป่าเลยสินะครับ



เอ้า อึดใจสุดท้ายสำหรับเพลงจบ



ฟองสบู่กับอาทิตย์อัสดง และเขาคนนั้น ... ผู้กำลังจะจากไป


เพลง 男の生様 (โอโตโกะ โนะ อิคิซามะ - ชีวิตเยี่ยงลูกผู้ชาย)

ชื่อเพลงฟังดูเหมือนจะเท่ แต่ไหงให้อากิระ (คุณคอนโนะ ฮิโรมิ)
กับ ซึคาสะ (คุณฟุคุฮาร่า คาโอริ) มานั่งเป่าฟองสบู่ประกอบเพลงซะงั้น

แถมพกด้วยข้อความวิ่งใต้จอ "หากไม่พอใจสามารถเลือกปิดเสียงได้"
ว่าแล้วนิ้วของกระผมก็จิ้มปิดเสียงไปโดยไม่ได้ตั้งใจ (แต่จงใจ)
ไหนๆ ก็จะเข้าป่าไปแล้ว หายๆไปไม่ต้องมาเสนอหน้าอีกเลยจะได้มั้ยเนี่ย



ฟู่--- เหนื่อยเอาเรื่องเหมือนกันตอนนี้
ยังดีมุขหลายมุขพอจะเข้าทางอยู่บ้าง
มุขไม่เข้าทางก็ให้ Genocide Fang รับต่อไป


อนึ่ง ... ย่อยมุขลัคกี้สตาร์ตอนหน้าและตอนต่อๆ ไป อาจจะเป็นการเขียนร่วม
ระหว่างกระผมนายน้ำมะนาว4-0 และ Genocide Fang เจ้าของบล็อกครับ
เนื่องด้วยว่าช่วงสัปดาห์ที่จากเมืองไทยไป เจ้าของบล็อกสร้างภาระไว้มากมาย
แบบที่ว่าถ้าไล่สางให้หมดก็มีหวังย่อยมุขลัคกี้สตาร์คงไม่ได้อัพเดตไปนาน
ดังนั้นทางนั้นเลยขอมาให้เป็นรูปแบบการช่วยกันเขียนร่วมกันแทน

ถึงจะบอกว่าเขียนร่วมกัน
แต่รูปแบบบทความก็คงไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมละครับ แฮ่ๆ


เที่ยวเล่นมาทั้งสัปดาห์ กลับมาก็เจองานรอเพียบ ...
ต้องขอโทษท่านผู้อ่านทุกท่านด้วยครับ



บ๊ายนี---

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ฮี่ๆ อธิบาย ยาโอย ซะ ละเอียดเชียว อิอิ

#1  by  azalea At 2007-09-04 02:13, 
เอ็ดเวิร์ดน่ะพอว่า แต่พอเห็นรอยแก้มยุ้ยๆ แดงๆ แล้วรู้สึกขัดฟีลบอกไม่ถูก -_-a
#2  by  วลาดิมีร์ ปูทัน At 2007-09-04 03:55, 
>_< แหมย่อยมุขได้เด็ดมากครับ โดยเฉพาะ มุข YAOI นี่ผมเพิ่งทราบเลยนะเนี่ย
#3  by  GGเร่ร่อน (58.9.121.128) At 2007-09-04 04:24, 
"อย่าเอาแต่ดูอนิเม เรียนหนังสือซะบ้าง"
คร้าบบ คร้าบบบ (พยักหัวหงึกๆ)

ช่วงนี้เฝ้ารอดูทามุระออก ฮ่าๆๆๆ
หน้าแต่ซีนช็อตเนี่ยได้ใจดีแท้เน่อออ

ปล.บ้ายบี ชิราอิชิ ไม่ต้องกลับมาเลยนะ
(จุดพลุฉลองงง)
#4  by  Shiki At 2007-09-04 10:06, 
ตอนสิบเก้านี่ ผมไม่เก็ตมุขกันดั้มเยอะล่ะครับ
เพราะไม่ได้ดูอีกเลยตั้งแต่สมัยช่องเจ็ด หลายรุ่นจริง ๆ
แต่ก็ถือเป็นตอนที่ฮาสุด ๆ เพราะทามุระนี่แหละ
ถ้าเจ๊แกโผล่มาตั้งแต่แรก ตำแหน่งนางเอกของโคนาตะ
อาจร่วงไปเลยเห็น ๆ นะครับ.... เจ๊ช่างเข้มแข็งแท้ ๆ
#5  by  นิเกะ At 2007-09-04 10:53, 
ตอนนี้แค่ดูมุกของทามุระก็คุ้มแล้วครับ ^^
#6  by  dramer (124.120.207.95) At 2007-09-04 13:05, 
ชุดสาวเสริฟ์ที่คากามิใส่หลักๆน่าจะมาจากFull Metal Panicนะครับ
แล้วFull MetalPanicคงไปเอามาAnna Miller's อีกทีหนึ่งเพราะในFMPชุดมันเกือบๆจะชุดเดียวกันเลย
http://img.photobucket.com/albums/v633/man12448/capture2.jpg
http://img.photobucket.com/albums/v633/man12448/capture.jpg
แคบจากFMP Fumoffuตอน9ครับ
#7  by  Metalica (58.9.144.59) At 2007-09-04 14:14, 
เออ มุก ยาโย นี้ทำไม่อธิบายได้ละเอียดจัง
#8  by  เอ็นไก่ (124.120.121.199) At 2007-09-04 17:14, 
สงสัยทั่นทั้งสองจะมีประสบการณ์มากเกี่ยวกับ Yaoi ถึงอธิบายได้ละเอียดยิ่งนัก!!

หึๆๆ....

ปล. ต้องรอดู Lucky Channel ของสองตอนหน้าครับ รับรองว่าอย่างฮา
#9  by  Millenia (124.120.243.125) At 2007-09-04 21:00, 
หมดข้อสงสัยครับ จุน เกบัล ในบากิภาค3 ได้เช กูวาร่าเป็นต้นแบบจริงๆ
#10  by   (125.24.65.249) At 2007-09-04 21:54, 
ทะเลป่าเชิงเขาฟูจิ ที่ชิน ณ โอโจไวท์ไนท์ หลงทางภายใน 5 นาทีที่เข้าไปนี่หว่า

ถ้าเจ้าเซบาสเตียนเจอหมูป่าไซส์เดียวกับที่ชินเจอ รับรองกลายเป็นอาหารหมูแน่ ๆ เลยแก
#11  by  LNMB (61.7.133.170) At 2007-09-04 21:55, 
เกร็ดเล็กน้อย
อุสโซ่ เอวิน ในV Gundam คาดว่าเป็นหลานของ ชาร์ อัซนาเบิล ด้วยนะครับ

ป.ล.ตอนนี้มันส์ตรงมุกกันดั้มนี่แหละ
#12  by  Nightingle (124.121.114.234) At 2007-09-04 22:14, 
ยินดีด้วยที่กลับมาทำย่อยตอน19
อ่านๆแล้วก็เชื่อเลยตอนนี้กันดั๊มตรึมจริงๆด้วย
ตอนนี้เจ้าแม่ 3 วิ ไม่ออกรึแย่จริง
#13  by  blackhowling (203.155.74.69) At 2007-09-05 13:26, 
ว๊ายยย มีเอ็ดด้วยยยย รีบตามรูปแล้วเซฟด่วน 555
#14  by  kero_b1 (124.120.236.125) At 2007-09-11 15:37, 
สงสัยว่าทำไมยูกิตันถึงคะแนนไม่เต็ม (โบวลิ่ง)
โยนลูกแรกแล้วล้างท่อยังพอว่า
แต่นึกว่าที่เหลือจะเก็บสไตรค์หมด ^^"
...หรือว่าจะเอาใจพระเจ้าหว่า~

แล้วฉากที่ทาคามุระจิ้นยูจังนั้นช่างเหมือนสตอร์เบอรี่พานิกซะไม่มี
^^"

ตอนนี้มุกกันดัมเยอะเกินแฮะ...
ดูไม่รู้เรื่องซะขนาด T_T
#15  by  neizod (203.150.192.223) At 2007-10-24 02:15, 

<< Home


Genocide Fang
View full profile