2007/Sep/19

「パンドラの箱」


โอฮาลัคกี้---


ก่อนอื่นก็ต้องขออภัยที่บทความตอนนี้มาช้าครับ
เนื่องด้วยว่าตอนนี้มีเนื้อหาและรายละเอียดที่ต้องค้นหาเยอะมากๆ
เรียกได้ว่าเยอะที่สุดตั้งแต่เขียนมาเลยก็ว่าได้ แถมมันเป็นเกร็ดความรู้
ที่เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่น่าสนใจ
ก็ต้องขอบคุณนายน้ำมะนาว4-0 มากที่เขียนบทความประกอบข้อมูล
ได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติด ... ขาดคุณไปบล็อกนี้จะอยู่ได้อย่างไร (ฮา)

(Genocide Fang)



ท่านผู้อ่านทุกท่าน กระผมน้ำมะนาว4-0
ผู้ช่วยถาวรของเจ้าของบล็อก Genocide Fang
วันนี้มาพร้อมบทความนำเที่ยวเกียวโต...
ไม่ใช่สิ ! บทความย่อยมุขลัคกี้สตาร์ตอนที่ 21 ต่างหาก
แต่ตอนที่ไล่หาข้อมูลนั้นกระผมกลับรู้สึกเหมือน ...

"เอ นี่เรากำลังจะเขียนบทความนำเที่ยวหรือไงหว่า"

ยังไงก็ยังงั้นเลย

งั้นเรามาดูแหล่งท่องเที่ยวของเกียวโต... เอ้อ บทความของตอนนี้กันเลย




เริ่มด้วยนาทีที่ 3
สาวๆ นั่งตากแอร์ถกปัญหา Global Warming กัน




หลายๆ เว็บร่ำลือกันว่านี่เป็นโพสที่เซ๊กซี่ที่สุดที่โคนาตะเคยทำมา
และก็คงจะเซ็กซี่ที่สุดเท่าที่จะทำได้



แม้แต่ในอนิเมยังมีการพูดถึงปัญหาโลกร้อนแบบนี้
เราๆ ทุกท่านก็ควรจะร่วมตระหนักกันได้แล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

โคนาตะ "เวลาชั้นกับยูจังนอนในห้องแอร์
พ่อชอบมาแจมด้วยจนเรียงกันเป็นตัว 小 เลยล่ะ"

คางามิ "小 เหรอ? เรียงกัน 3 คนต้องเป็นตัว 川 ไม่ใช่เหรอ?"

โคนาตะ "พ่อชอบมาแทรกตรงกลางน่ะ"




น่าอิจฉานัก โซจิโร่...


ปกติเวลาคนญี่ปุ่นพูดเปรียบเทียบถึงการยืนหรือการนอนเรียงกัน 3 คน
มักจะเปรียบเทียบกับตัวอักษรคันจิ (คาวะ ที่แปลว่า แม่น้ำ) ครับ
เนื่องจากตัวอักษรนี้เป็นขีด 3 ขีดที่วางเรียงกันเหมือนคน 3 คน
แต่จากรูปที่โซจิโร่นอนแทรกระหว่างโคนาตะกับยูทากะ
มันดูคล้ายอักษร (โช ที่แปลว่า เล็ก) มากกว่า

นั่นก็เพราะขีด 2 ขีดที่อยู่ด้านข้างมัน "สั้น" กว่าขีดที่อยู่ตรงกลางนั่นเอง
(อ้าว ... ตลกแดกดันตัวเองนี่หว่า มุขนี้)



นาทีที่ 7
พวกโคนาตะ เดินสวนกับแพตตี้ที่หน้าสถานี




โคนาตะ "ในอากิบะเนี่ย พวกเราดังมากเลยนา"
แพ็ตตี้ "A-boy ในอากิบะต้องมาโหม่เอ๊แทบเท้าพวกเรา"




แพ็ตตี้ "แต่นารุมิยะคุงเนี่ย ดูไม่ค่อยจะใช่ซักเท่าไหร่เลยน้อ"

โคนาตะ "เข้าใจ (ความเป็นโอตาคุของ) ญี่ปุ่นขึ้นมากแล้วสินะ"



A-boy ที่แพ็ตตี้พูดถึงเป็นคำย่อมาจาก Akihabara boy
ซึ่งหมายถึงพวกเด็กหนุ่มโอตาคุที่คลุกคลีอยู่กับอากิบะนี่เอง

ส่วน นารุมิยะคุง ที่เอ่ยถัดมานั้นคือคุณ 成宮寛貴 (นารุมิยะ ฮิโรกิ)
ผู้รับบทตัวเอกใน アキハバラ@DEEP(อากิฮาบาระ แอ็ท ดีพ) ฉบับหนังโรง
ซึ่งพระเอกเรื่องนี้มีลักษณะตัวละครเป็นโอตาคุที่เป็นอดีตแฮกเกอร์ครับ





เรื่อง アキハバラ@DEEP นี้ต้นฉบับเป็นนิยายของคุณอิชิดะ อิระ
ภายหลังได้รับความนิยมจนถูกสร้างเป็นละครทีวี การ์ตูน และภาพยนตร์โรง
เรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับกลุ่มโอตาคุในอากิฮาบาระ 6 คนที่ลาออกจากบริษัท
มารวมตัวกันจัดตั้งบริษัท "รับแก้ปัญหา" ต่างๆ ที่คุกคามสังคมอากิฮาบาระ
เป็นต้นว่า คดีล้างชื่อเสียให้คอสเพลเยอร์ที่ถูกกล่าวหาว่าถ่ายรูปโป๊ใต้ดิน
หรือคดีช่วยปกป้องผู้ประกาศข่าวที่เสนอข่าวด้านร้ายเกี่ยวกับอากิบะ
จนโดนเหล่าโอตาคุคุกคามชีวิต เป็นต้น

ซึ่งในฉบับหนังโรงนั้น มีหลายเสียงวิพากย์วิจารณ์ว่าตัวนารุมิยะผู้รับบทพระอก
ดูไม่เข้ากับบทอย่างแรง คือดูไม่เป็นโอตาคุสักเท่าไหร่

ทั้งๆ ที่เป็นภาพยนตร์ญี่ปุ่น แต่คนต่างชาติอย่างแพตตี้กลับสามารถล้วงลูก
เข้าไปวิจารณ์ถึงจุดนั้นได้ แสดงว่าเข้าถึงจริงๆ จนโคนาตะยังต้องเอ่ยปากชม





อนึ่ง アキハバラ@DEEP ฉบับคอมมิค ตีพิมพ์ในไทยแล้ว
ในชื่อ
AKIHABARA@DEEP ของสำนักพิมพ์ ANTZ

(โย่ว บทความอีไตเฮาไดก็มีการโฆษณาแฝงกะเค้าด้วย)




ครึ่งแรกที่เบาๆ สบายๆ ผ่านไป เข้าสู่นรกในช่วงหลังอย่างรวดเร็ว
จากนี้ไปละ กองทัพเกร็ดความรู้จะบุกจู่โจมสายตาของท่านผู้อ่านทุกท่าน


นาทีที่ 9
ครูนานาโกะพูดถึงโปรแกรมเที่ยวระหว่างไปทัศนศึกษาโตเกียว-นารา




บนกระดานดำด้านหลังเขียนถึงหน้าที่รับผิดชอบของนักเรียนแต่ละคนอยู่




ฝ่ายเก็บขยะ ... ชิราอิชิ มิโนรุ

ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ เซบาสเตียนก็คงได้เท่านี้ละน้า



คราวนี้พวกโคนาตะจะได้ไปท่องเที่ยวเกียวโตซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นกัน
เกียวโตมีสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย
รวมถึงเป็นที่ตั้งของบริษัท เกียวโตอนิเมชั่น ที่ผลิตเรื่องลัคกี้สตาร์นี้ด้วย
ไม่ต้องเดาก็รู้เลยว่าลัคกี้สตาร์ตอนนี้จะมามุขไหน ... รอดูกันไปละกัน



ไม่ทันขาดคำ
พวกโคนาตะก็มีถึงสถานีขนส่งเกียวโตอันเป็นสถานีปลายทางซะแล้ว




โคนาตะ "ที่นี่เหรอ ที่อิริสบุกเข้ามา"


ไม่ยอมเสียเวลาจริงๆ ย่างเท้าก้าวแรกโคนาตะก็พ่นมุขเลย


อิริส ที่โคนาตะพูดถึงคือเจ้าตัวนี้ครับ





เทพมารอิริส ศัตรูของ กาเมร่า
ในหนังโรง กาเมร่า ภาค 3 (ปี 1999) ซึ่งในช่วงสุดท้ายของเรื่อง
กาเมร่าและอิริสได้เข้ามาต่อสู้กันในสถานีรถไฟและรถขนส่งเกียวโตนี่เอง

สรุปว่าไม่ว่าจะไปไหนโคนาตะไม่เคยตกมุข



ถัดมาอีกหนึ่งซีน พวกโคนาตะอยู่บนรถบัสนำเที่ยว





ข้างๆ ครูนานาโกะปรากฎสาวน้อยหน้าเด่นเด้งท่าทางไม่ธรรมดา
ซึ่งสหายท่านหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีบทสำคัญในอนาคตอีกครั้ง
แบบฮิโยริที่แอบออกโรงในงานคอมมิคมาร์เก็ตตอน 12
แล้วมาเปิดตัวเปรี้ยงปร้างอย่างเต็มภาคภูมิภายหลัง


แต่นี่มันก็เหลือไม่กี่ตอนแล้วนา ยังจะมีตัวละครใหม่อีกเหรอ?


เฉลยครับ

เธอคนนี้คือ 永森やまと (นางาโมริ ยามาโตะ)
ตัวละครใหม่ของลัคกี้สตาร์ในภาคเกม PS2 ที่มีชื่อภาคว่า
らき☆すた ~陵桜学園 桜藤祭~
(ลัคกี้สตาร์ -เรียวโองาคุเอ็น เรียวโทไซ-)




ดูต่างกันพอสมควร ... เอาน่า มันเป็นปัญหาของลายเส้น


ตัวเกมจะออกวางขายเดือนพฤศจิกายนปีนี้แล้ว ใครสนใจก็รีบหาสั่งจองซะเน้อ

อันที่จริงกระผมรู้ตั้งกะเห็นหน้าเธอแล้วครับ
เพราะในของแถมของเกมลัคกี้สตาร์ NDS ที่กระผมถ่อสังขารไปขนกลับ
มาจากฮ่องกงนั้น มีแผ่นเกมตัวอย่างของเกม PS2 ที่ว่านี้ติดมาด้วย



แต่ถ้าเอาภาพของนางาโมริ ยามาโตะที่นั่งข้างครูนานาโกะด้านบน
มาดัดแปลงแก้ไขเปลี่ยนสีซักนิดหน่อย เราก็จะพบว่า ...





ผ่าง !

กลายเป็น คามิโอะ มิสุซุ กับคุณน้า ฮารุโกะ จากเรื่อง AIR ไปซะฉิบ !!

โจ๊กครับ โจ๊ก ... แฮะๆ



ปลายนาทีที่ 9
พวกโคนาตะมาเที่ยววัด 方広寺 (โฮโคจิ) กัน
ซึ่งวัดนี้เป็นที่ประดิษฐานของ 京の大仏 (เคียว โนะ ไดบุทสึ)
ที่นับว่าเป็น 1 ใน 3 พระพุทธรูปใหญ่ที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น




ภาพพระพุทธรูปไดบุตสึของจริงจากสถานที่จริง




นี่หรือหลวงพ่อโตที่ร่ำลือกัน



"ตรงกลางเป็นร่างหลัก"



"ส่วนเล็กๆ ที่อยู่รอบๆ นั่น ..."



"เป็นอ็อปชั่นสินะ !!"

คางามิ "เดี๋ยวนรกก็กินกบาลหรอก"


พระสงฆ์องค์เจ้ายังไม่ละเว้น บาปกั๊มบาปกรรม ...



ในช่วงบ่ายระหว่างที่เดินเที่ยวกันนั้น
พวกโคนาตะโดนชาวอินเดียลึกลับ 3 คนเข้ามาทักขอให้ถ่ายรูปให้




"พลีส พลีส ..."



เอ้า โพส ...


มุ ... ท่าโพสขบวนการ นี้มัน ...
ในฐานะแฟนตัวยง เป็นหน้าที่ผู้เขียนที่ต้องรู้จัก





Val-Shark, Val-Eagle และ Val-Panther รวมกันเป็น ...

ขบวนการนักรบสุริยัน ซันวัลแคน (Sun Valcan) !!


เซ็นไต (ขบวนการยอดมนุษย์) ประจำปี 1981 (ปีที่ 5) ของ Toei ครับ
เป็นขบวนการแรกเลยมั้งที่มีการเปลี่ยนตัวสีแดง (อีเกิ้ล) เอากลางหาว
โดยตามเนื้อเรื่อง Red คนเก่าลาออกจากทีมไปเข้าร่วมวิจัยกระสวยอวกาศ
กับทาง NASA ที่อเมริกา เลยให้ Red คนใหม่มาเป็นผู้นำทีมแทน

จนถึงปัจจุบัน ซันวัลแคนก็ยังคงเป็นที่หนึ่งในใจผู้เขียนเสมอสำหรับเซ็นไต
(แต่ถ้าเป็นไรเดอร์ก็ต้องยกให้ ซูเปอร์วัน)



หลังจากเที่ยวมาทั้งวัน พวกโคนาตะก็เดินทางมาถึงที่พัก
เมื่อถึงเวลาเตรียมจะนอนกัน ...




"น่าอายจัง เปลี่ยนหมอนแล้วจะนอนไม่หลับน่ะค่ะ"



"น่าอายจัง ไม่มีเรือนนี้อยู่ข้างตัวแล้วจะนอนไม่หลับค่ะ"



"น่าอายจัง วันไหนไม่ได้เล่นเกมชาร์จไฟแล้วนอนไม่หลับค่ะ"



เฮ่อ ...

อันหลังสุดนี่รู้สึกจะตกประเด็น



เช้าวัดถัดมา เข้าสู่ทัศนศึกษาวันที่ 2
พวกโคนาตะเดินทางมาถึงวัด 清水寺 (คิโยมิซึ)
ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอันดับต้นของเกียวโต
และเป็นที่ประดิษฐานของเทวรูปกวนอิมพันมือ


แต่เผอิญในเรื่องไม่ได้พูดถึงกวนอิม แต่มาพูดถึงไอ้แท่งนี้ครับ ...





ไม้ตะพดขนาดใหญ่ที่พวกโคนาตะพยายามลงขันช่วยกันยกแท่งนี้
คือ ไม้ตะพดเหล็กของเบ็งเคย์ (弁慶の鉄の錫杖)
ที่ปรากฏอยู่ในตำนานของ มุซาชิโบ เบ็งเคย์ นิทานพื้นบ้านชื่อดังของญี่ปุ่น
กล่าวกันว่าผู้ที่ยกไม้ตะพดนี้ขึ้นได้ จะขอพรได้สมปรารถนา 1 ข้อ





ถึงพวกโคนาตะจะช่วยกันฮุยเลฮุยยกกัน 4 คนก็ไม่กระดิกหรอกครับ
เพราะไม้ตะพดแท่งเขื่องนี้ สูง (ยาว) 2.6 เมตร และหนักถึง 96 กิโลกรัม




"ดาบฆ่ามังกรก็คงราวๆ นี้ละนะ"


ดาบฆ่ามังกร (ドラゴン殺し)ที่โคนาตะพูดหมายถึง
ดาบของกัส พระเอกเรื่อง ベルセルク (BERSERK) อันโด่งดังนี่เองละ




ดาบใหญ่เหมือนท่อนเหล็กที่เป็นเอกลักษณ์ของเรื่องนี้
ว่าแต่ ... ชาตินี้กัสจะมีโอกาสได้ชำระแค้นกรีฟีสรึเปล่าฟะเนี่ย?



สถานที่ถัดมาที่พวกโคนาตะไปเดินชมกันยังอยู่ในบริเวณเดิม





ระเบียงด้านหลังอาคารหลักของวัดคิโยมิซึ
ที่มีชื่อเรียกขานกันว่า 清水の舞台 (คิโยมิซึ โนะ บุไต)
หรือ เวทีแห่งคิโยมิซึ




ภาพถ่ายจากสถานที่จริง ... สูงลิบเลยล่ะ





คา "ที่เค้าพูดกันว่ากระโดดลงจากเวทีแห่งคิโยมิซึเนี่ย ..."



คา "ถ้าโดดลงไปจริงๆ ก็ตายแหงแก๋ไม่ใช่เรอะไงน่ะ?"
โค "คางามิเนี่ย ไร้ความฝันจริงจริ๊ง ..."


清水の舞台から飛び降りる (คิโยมิซึ โนะ บุไต คาหระ โทบิโอริรุ)
แปลเป็นไทยได้ว่า "กระโดดลงจากเวทีแห่งคิโยมิซึ"
สำนวนนี้เป็นสำนวนญี่ปุ่นที่หมายถึง การตัดสินใจทำเรื่องสำคัญ
หรือ การตัดใจยอมทำเรื่องที่เป็นอันตรายอะไรบางอย่าง
เป็นการเปรียบเทียบกับผู้ที่เคยกระโดดลงจากเวทีแห่งคิโยมิซึแห่งนี้
ซึ่งมีตั้งแต่ผู้ที่ตัดสินใจมาฆ่าตัวตาย ไปจนถึงขุนพลที่ถูกศัตรูไล่ต้อนมาจนมุม

เอาเข้าจริง ถึงแม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะมีความสูงถึง 13 เมตรจากพื้นดิน
แต่กลับมีอัตราการรอดชีวิตจากการดิ่งพสุธาสูงเกิน 85%
เนื่องจากต้นไม้ที่อยู่ด้านล่างช่วยรองรับเอาไว้นั่นเองครับ

อย่างไรก็ตาม ...
ไอ้คนที่กล้าโดดนี่มันคงต้องมีปฏิภาณแรงกล้าจริงๆ นั่นละ




นาทีที่ 13
โคนาตะลองเสี่ยงเซียมซีดูดวงความรัก




ปุกิ๊ง !!

ที่แท้หล่อนเป็นนิวไทป์นี่เอง ...
ก่อนหน้านี้โคนาตะเคยใช้เอฟเฟ็กต์ประกายแสงสีเหลืองและเสียงแหลมบาดหู
ทำนองนี้มาก่อนเวลาจะใช้ความสามารถในการคาดเดาอะไรบางอย่าง
มันคือประกายลางสังหรณ์ของ นิวไทป์ จากเรื่อง กันดั้ม ครับ


สมแล้วที่อายุมากกว่าอามุโร่ ...
แต่เล่นเอาความสามารถมาเลือกแบบนี้แล้วเซียมซีจะมีความหมายอะไรฟะ








หลังจากเสี่ยงเซียมซีกันเสร็จ พวกโคนาตะก็เดินเลือกซื้อของฝากกัน

ไอ้ตัวสีฟ้าๆ ที่รูปร่างคล้ายมาสค็อตของน้ำผลไม้ Qoo ตัวนี้
คือตัวมาสค็อตของ ขนมยัตสึฮาชิ ที่มีชื่อว่า ยัตสึฮาชิ (ชื่อเดียวกันขนม)




ที่อยู่ในถาดนั่นแล ขนมยัตสึฮาชิ


ขนมดังกล่าวมีลักษณะเป็นแป้งข้าวเหนียวรูปสามเหลี่ยมประกบกันสองแผ่น
แล้วสอดไส้ถั่วแดงตรงกลาง เป็นหนึ่งในของฝากขึ้นชื่อของเมืองเกียวโตครับ





"อย่างคางามิต้องอันนี้ตะหาก"
ไจแอนท์ป๊อกกี้ แท่งโต โอ้โห จุใจ





สถานที่ถัดมาที่เราจะพาท่านมาชมก็คือ
賀茂御祖神社 (คาโมมิโอยะ จินจะ หรือ ศาลเจ้าคาโมมิโอยะ)





ในภาพคือแท่นแขวนป้ายอธิษฐานเกี่ยวกับความรัก
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่ออีกที่หนึ่งของเกียวโต

พวกโคนาตะย่อมไม่พลาดที่จะไปมุงดูกับเขาด้วย





โคนาตะ "อ๊ะ ... มีอันที่เขียนว่า โคนาตะคือเจ้าสาวของชั้น ด้วย"


อันนี้เป็นมุขต่อเนื่องจากเหตุการณ์ที่เป็นข่าวจริงๆ ของศาลเจ้าวาชิโนมิยะ
ที่เป็นสถานที่ต้นแบบของศาลเจ้าที่คางามิและซึคาสะทำงานอยู่ในเรื่องนี่เอง
(เคยเขียนถึงในบทความย่อยมุขตอนที่ 18 ครับ)





อันนี้เลย ภาพจริงจากในข่าวดังกล่าว

ตามภาพในข่าวข้างต้น คำอธิษฐานบนป้ายเขียนไว้ว่า
"โคนาตะคือเจ้าสาวของชั้น" ลงชื่อ "โคนาตะสุดที่รัก XJR"

รายงานข่าวนี้ถ่ายทอดไปทั่วประเทศญี่ปุ่น
กระผมก็ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจกับเจ้าของป้ายคำอธิษฐานนี่ดีเหมือนกัน






"เอาละ ครบุทุกคนแล้วนะ งั้นก็ออกรถได้"



"เหวอ ... แย่แล้วค่ะ คุณครู ..."



"มีคนไล่ตามเรามา !!"

ฮะ ฮะ ฮ่า ... ชิราอิชิ มิโนรุ โดนทิ้ง

WAWAWA忘れ物・・・俺「」忘れ物~♪
(ละ ละ ละ ลืมของ ... ตัวชั้นเองคือของที่ถูกลืม~♪)

นี่ ... แปลงเพลงมันซะเลย
ครูค้าบ ... ไม่ต้องจอดรับมันค้าบ ทิ้งมันไว้แถวๆ นั้นเลยค้าบ





"ไม่ได้นะ เรียกชั้นว่าเมเทลสิ"


อื้อหือ ... เมเทล
โคนาตะตกลงเธออายุเท่าไหร่แน่เนี่ย

หน้าของโคนาตะที่เห็นอยู่นี่คือนางเอกของการ์ตูนสุดคลาสสิคยุค '80
เรื่อง 銀河鉄道999 (Galaxy Express 999)




999 อ่านว่า Three Nine จ้ะ


คอมมิคฉบับลิขสิทธิ์ไทยตอนนี้พิมพ์อยู๋โดยสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ
ใครไม่เคยอ่านลองหาอ่านดูครับ เป็นแฟนตาซีทางช้างเผือกที่สนุกมากๆ เลย



เอาละ
มาดูซีนซึ้งๆ ของอีกฝั่งนึงเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศกันบ้างดีกว่า

เมื่อรถบัสไปถึงที่พัก คางามิพบว่ามีจดหมายเสียบอยู่ที่กระเป๋า




ถึงฮิอิรางิ ...




"มีเรื่องอยากพูดด้วย เจอกันหน้าโรงแรมสามทุ่มนะ"

จาก ชายคนหนึ่ง

......
......




... จดหมายนัดพบจากชายหนุ่ม ... ทำให้คางามิหวั่นไหว




โคนาตะ "ทำไมวัด กินคาคุ (เงิน) มันไม่เป็นสีเงินล่ะ ...
โคนาตะ "... ทีวัด คินคาคุ (ทอง) ยังเป็นสีทองเลย"

มิยูกิ "ก็แค่ตั้งใจตั้งชื่อให้เป็นคู่กันแค่นั้นค่ะ ไม่ได้ตั้งใจสร้างเป็นสีเงิน"



"ไม่มีรูบี้หรือแซฟไฟร์เหมือนโปเกมอนบ้างรึไงน้อ ..."



"อ๊ะ ... ทำไมไม่รับมุข ..."



... ตัวอยู่นี่ แต่ใจเธออยู่เสียที่ไหนแล้วเอย ... คางามิ



โคนาตะ "วันพรุ่งนี้แหละ เราจะไปทัวร์แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ !!"

คางามิ "...... เหรอ"



โคนาตะ "..... ...... เอ๊ะ ?"


ถึงโคนาตะจะหัวทึบสักแค่ไหน
แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่สังเกตเห็นความผิดปกติของเพื่อนสนิท
หากแต่ไม่ได้พูดหรือซักไซร้ไถ่ถามอะไร ...



... และแล้ว



... ก็ถึงเวลา 3 ทุ่ม หน้าโรงแรมตามที่นัดไว้



... ยิ่งใกล้เวลานัด ก็ยิ่งอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น



... จนในที่สุด ชายคนหนึ่งคนนั้นก็มาถึง



"เรื่องที่จะพูดด้วย คืออะไรเหรอ ...?"


... ตึกตัก ตึกตัก








"ไหว้ละ ขอตุ๊กตาตัวนั้นให้ชั้นเถอะนะ !!"




"หา? ... ตุ๊กตา?"





"ก็ตุ๊กตายัตสึฮาชิที่ซื้อจากวัดคิโยมิซึยังไงล่ะ ...
ชั้นอยากได้มากๆ เลย แต่ถ้าซื้อให้เพื่อนเห็นละก็มีหวังโดนล้อแย่"




โหยยยยย ....
ไอ้ผู้ชายเฮงซวยเอ๊ยยยยย !!

เห็นจิตใจของคางามิเป็นอะไร คิดว่าผู้หญิงคือของเล่นหรือไงกัน !

มันน่าโมโหเสียจนต้องประกาศให้ชาวบล็อกได้รู้โดยทั่วกันว่าหมอนี่เป็นใคร






เขาคนนี้คือคุณ 蜂屋誠一 (ฮาจิยะ เซย์อิจิ)
ฝ่ายจัดการและโปรดิวเซอร์ของเครือ คาโดคาว่า ครับ
เป็นคนจัดการเกี่ยวกับเรื่องการตลาดของอนิเมดังหลายๆ เรื่องในเครือ
อาทิเช่น Kiddy Grade, D.N.Angel, Chrono Crusade, Mahoraba
รวมไปถึง Fullmetal Panic? Fumoffu ที่เคยเขียนถึงไปแล้วหลายที





"เรื่องนี้ห้ามบอกใครเด็ดขาดเลยนะ ..."


ไม่มีทาง ! เราจะบอกให้ทั่ว ! ชาวโลกจงเงี่ยหูฟัง ....
ฮาจิยะ เซย์อิจิชอบตัวยัตสึฮาชิคร้าบบบ !!!!


แง่ง ...



เจอเข้าแบบนี้มันต้องกินให้หายแค้น !!




ก่อนจะกล่าวถึงช่วงถัดไป เราขอย้อนกลับมาคุยเรื่องวัดกันอีกทีก่อน
วัด กินคาคุ (เงิน) ที่พวกโคนาตะไปเดินเที่ยวในช่วงเย็นของวันนั้น
เป็นวัดที่สร้างคู่กับวัด คินคาคุ (ทอง) ซึ่งได้รับการตกแต่งเป็นสีทองตามชื่อ
(วัดคินคาคุนี่ เป็นที่ประทับของท่านโชกุนในเรื่องอิกคิวซังไงละครับ)
ส่วนวัด กินคาคุ (เงิน) สร้างตามปกติโดยไม่ได้มีการตกแต่งเป็นพิเศษ

พอได้ยินเรื่องสีเงินกับทอง
ทำให้โคนาตะเอาไปมั่วกับเกมโปเกมอนที่ทำออกมาหลายภาคตามชื่อสี
รวมถึงภาคหลังๆ ที่ใช้ชื่อภาคเป็นอัญมณี (รูบี้ และ แซฟไฟร์) นั่นเอง




วัดคินคาคุ (ทอง) และ กินคาคุ (เงิน) จากสถานที่จริง
โน่นๆ เห็นท่านโชกุนโยชิมิตสึกวักมือเรียกอิกคิวแว้บๆ




เช้าวันถัดมาเป็นช่วงเวลาของการท่องเที่ยวอิสระ
เหล่านักเรียนจะไปเที่ยวไหนก็ได้ตามชอบใจ
ดูเหมือนว่าคางามิจะกลับมาเป็นคางามิเป็นคนเดิมที่ร่าเริง
และรับมุขตลกบ้าๆ ของโคนาตะได้แล้ว


... ค่อยโล่งใจหน่อย



และสถานที่ที่ (โคนาตะเป็นคน) เลือกไปทัวร์กันวันนี้ก็คือ ...




อื้อหือ ... ป้ายชื่อเด่นสะดุดตา แถมโพสท่าเดียวกับ OP ซะด้วยนะสาวๆ


บริษัท เกียวโตอนิเมชั่น (Kyoto Animation) ครับท่าน


อย่างที่เขียนไปข้างต้น ถ้าลัคกี้สตาร์มาเที่ยวเกียวโต มันต้องลงเอยมุขนี้แหงๆ
ตึกทั้งสองที่โคนาตะไปถ่ายรูปคู่ด้วยคือ ตึกสตูดิโอ กับ ตึกสำนักงาน ครับ





คิดเหมือนโคนาตะแฮะ ดูธรรมดาผิดคาด


เนี่ยนะ ... แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ของหล่อน





เทนโจ๊-----

นี่สิแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ของจริง
ร้าน Animate และ Gamers สาขาเกียวโต




คางามิ "จำเป็นต้องถ่อมาซื้อถึงเกียวโตด้วยเรอะไง ของพวกนั้น"


โอ ... คางามิกลับมาเสียบมุขได้เหมือนเดิมแล้ว
ลัคกี้สตาร์ที่ไม่มีคางามิคอย ツッコミ (พูดตบมุข) มันก็ไม่ใช่ลัคกี้สตาร์น่ะสิ





และแล้วการทัศนศึกษาครั้งสุดท้ายของชีวิตนักเรียน ม.ปลายก็จบลง ...





คางามิ "อื้อ ถึงบ้านโดนสวัสดิภาพ แต่ซึคาสะหลับปุ๋ยไปแล้วละ"



โคนาตะ "หื---ม ... นึกว่าคางามิจะนอนคลุมโปงร้องไห้ซะอีก ... "



คางามิ "ทำไมชั้นต้องนอนคลุมโปงร้องไห้ด้วยละยะ ..."



โคนาตะ "แล้วสติ๊กเกอร์ที่ถ่ายนั่นแปะแล้วรึยัง?"

คางามิ "ขะ .. ของน่าอายแบบนั้นใครมันจะไปแปะเล่า !"



คางามิ "... น่าอายจะตายไป ..."



 



ในยามที่คางามิทุกข์ใจ แม้ว่าซึคาสะที่เป็นน้องสาวและมิยูกิจะไม่สังเกตเห็น
แต่เพื่อนรักอย่างโคนาตะที่ปกติเอาแต่บ้าๆ บอๆ คอยพูดจาหยอกเย้าคางามิ
กลับเป็นฝ่ายมองออกว่าเพื่อนของตนมีเรื่องไม่สบายใจเก็บงำไว้ ...





ภาพถ่ายตู้สติ๊กเกอร์ที่เขียนว่า We love Kagamei นี่ ...
ก็คงเป็นการแสดงออกถึงความเป็นห่วงเป็นใยของเพื่อนที่มีต่อเพื่อน
และเป็นการปลอบโยนคางามิในรูปแบบของโคนาตะนั่นเอง


เป็นฉากแอบซึ้งอีกฉากที่น่าประทับใจดีครับ


ปากก็บอกไม่แปะๆ
แต่เอาเข้าจริงก็แปะไว้ในห้องรวมกับเซียมซีที่ไปเสี่ยงมา
นี่ละหนอที่เขาเรียกว่าสาวปากแข็ง ซึนเดเระ

น่ารักซะจริงเชียว คางามิ




สุดท้ายแต่ยังไม่ท้ายสุด นาทีที่ 19
มาดูทางคุณครูนานาโกะกันบ้างเป็นไร





ครูนานาโกะกะจะโต้รุ่งเกมออนไลน์ที่ว่างเว้นไปนาน
เพราะมัวแต่วุ่นเตรียมการเรื่องพานักเรียนไปทัศนศึกษา

แต่แล้วก็ต้องพบว่า ...





ปิดซ่อมบำรุงเซอร์เวอร์


คนที่เคยเล่นเกมออนไลน์ น่าจะเคยเจอเรื่องทำนองนี้กันมาบ้างไม่มากก็น้อย
ไอ้ตอนไม่ค่อยว่างจะเล่นเกม มันก็ไม่มีอะไรหรอกนะ
แต่พอว่างหรือพึ่งจะสอบเสร็จ กะว่าจะเข้ามาเล่นให้หายอยาก
มันต้องมีอันปิดบำรุงซ่อมแซมซะทุกทีสิน่า ... เฮ้อ





กระซิกๆ นอนก็ด้ะ
คุณครูนานาโกะ ... น่ารัก




อีกนิดเดียวเท่านั้น นำมะนาว4-0 กัดฟันทนเข้าเพื่อน
ลากสังขารพาทุกคนเข้าสู่ช่วงลัคกี้แชนเนลซะ !






อากิระ กับ โอโนะ ไดสุเกะ (ยังอยู่อีกแฮะ) พูดเปิดรายการแบบปกติสุดๆ
ยังกับว่าจัดมาด้วยกันนานตั้งกะเริ่มเรื่องยังไงก็ยังงั้น

แต่แล้วจู่ๆ คุณโอโนะก็เริ่มช่วงรายการประหลาดๆ




มากาเร่ของสัปดาห์นี้

อะไรฟะ? มากาเร่?

มากาเร่ที่ว่า เป็นหนึ่งในคำพูดติดปากของคุณโอโนะ ไดสึเกะครับ
เดิมทีมันปรากฏอยู่ในเรื่องฮารุฮิ ตอนที่คุณโอโนะรับบทเป็นโคอิซึมิ อิตสึกิ
แต่แล้วแฟนๆ ก็จับไต๋ได้ว่ามากาเร่เนี่ยไม่มีอยู่ในบท เป็น Ad-lib ส่วนตัวล้วนๆ
พอความแตกเข้า คำว่ามากาเร่นี้เลยกลายเป็นกึ่งคำพูดกึ่งมุขประจำตัว
ที่โด่งดังของคุณโอโนะไปเสียฉิบ

ถึงขนาด CD Character Song ของโคอิซึมิ อิตสึกิจากเรื่องฮารุฮิ
ยังเอาคำว่ามากาเร่นี่มาตั้งเป็นชื่อเพลงเลย




เพลง まっがーれ↓スペクタクル (มากาเร่ สเป็คตาเคิล)
จาก Character Song Vol.8 ของฮารุฮิ



ส่วนชื่อช่วงรายการ มากาเร่ของสัปดาห์นี้
ที่คุณโอโนะพยายามจะมั่วนิ่มจัดขึ้นมา
คาดว่าเอามาจากรายการวิทยุที่คุณโอโนะจัดอยู่อีกรายการนึงครับ
ในรายการนั้นจะมีช่วงแนะนำพระพุทธรูปประจำสัปดาห์ ชื่อช่วงรายการว่า
今週の仏陀 (คอนชู โนะ บุดดะ - พระพุทธรูปของสัปดาห์นี้)

.. ก็ว่ากันว่าคุณโอโนะแกชื่นชอบพระพุทธรูปมากๆ ทีเดียวเชียว



แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนที่่ช่วงมากาเร่ของสัปดาห์นี้จะได้เริ่ม
ก็มีเสียง โครม แทรกขึ้นมาพร้อมกับการปรากฎตัวของ ...




ชิราอิชิ ... ? ชิราอิชิ ใช่มั้ยเนี่ย !!


เขายังไม่ตาย เขากลับมาจากการตะลุย "ป่าทะเลเชิงเขาฟูจิ" แล้ว
ถ้ายังไม่ลืมกัน ชิราอิชิโดนถีบส่งไปเพื่อตักน้ำมาให้อากิระลิ้มชิมรส
แล้วเขาก็เอามันกลับมาได้จริงๆ เสียด้วยสิ




"ตักมาให้แล้วครับ"


ขวดน้ำที่บรรจุน้ำจากทะเลป่าเชิงเขาฟูจิ
ดูจากสภาพเหมือนไปฟัดกะเสือหรือหมีเพื่อแย่งน้ำมายังไงยังงั้น




พรวด !!

"อะไรเนี่ย !? เฝื่อนคอเป็นบ้า ใครจะไปดื่มลง !"


....
....
....
....
ผึง !





"ย้าาาก จะมากไปแล้วนะว้อยยย !!"



"คิดว่าที่ผ่านมาชั้นอดทนแค่ไหนที่ต้องคอยตามใจหล่อน !!"


ในที่สุดเซบาสเตียนก็น็อตหลุด เบรคแตก แหกกรอบ !
กระชากคอเสื้ออากิระมาด่าแบบไม่กลัวโปรดิวเซอร์และผู้กำกับจะสั่งเก็บ




"รู้มั้ยชั้นน่ะ ... จัดรายการนี้ด้วยความรู้สึกแบบไหน
ทำงานพิเศษที่โคโคอิจิรายได้ยังมากกว่าค่าแรงนักพากย์ซะอีก
ทำจนแทบจะกลายเป็นพนักงานประจำไปแล้วนะเฟ้ย !"


โคโคอิจิ
หมายถึงร้านข้าวแกงแฟรนไชส์ โคโคอิจิบัง ที่เจ้าตัวตัวจริงทำงานพิเศษอยู่
(เคยพูดถึงในตอนที่ 10) เอ ... หรือนี่จะเป็นเสียงจากใจจริงกันแน่




"หืม ... แปลว่าเหมาะกับงานนั้นมากว่าสินะครับ"


โอว ... แดกดันได้เจ็บปวดชะมัด






ชิราอิชิ "แล้วทำไมโอโนะไปนั่งตรงนั้น มันที่นั่งของชั้นนะ"
โอโนะ "คุณโดนโปรดิวเซอร์กับผู้กำกับตัดหางปล่อยวัด(ป่า)แล้วน่ะสิครับ"

ชิราอิชิ "ว่าไงน้า !? เจ้าพวกนั้นมันจะตัดสินกันเร็วเกินไปแล้ว
ชั้นน่ะแค่เป็นพวกดังช้าเท่านั้นเอง อีกเดี๋ยวก็จะได้เป็น สตาร์เกเซอร์ แล้ว"


สตาร์เกเซอร์ที่ว่า ... หมายถึง
機動戦士ガンダムSEED C.E.73 STARGAZER
(โมบิลสูทกันดั้มซี้ด C.E.73 สตาร์เกเซอร์) OVA ภาคล่าสุดของซีรีย์กันดัมซี้ดครับ
ซึ่งในเรื่องคุณโอโนะ ไดสึเกะ รับบทพากย์เป็นตัวเอกที่ชื่อ
スウェン・カル・バヤン (สเวน คัล บายัน)

ในฐานะบทพระเอกสตาร์เกเซอร์ ก็เลยอดไม่ได้ที่จะต้องแดกดัน ...




โอโนะ "อย่างคุณน่ะ จะทำได้เร้อ"

ชิราอิชิ "ดูถูกกันมากไปแล้ว ... ฮิเนโมสึ อะไรเล่า เลิฟแอนด์เบอร์รี่ อะไรเล่า
พอกันที ... ชั้นจะเลิกรายการบ้าๆ นี้แล้ว บัดซบเอ๊ยยยย !!"




หลังของชิราอิชิมีรอยแผลกงเล็บ ... นี่ไปสู้กับหมีมาจริงเรอะ?


แล้วชิราอิชิก็อาละวาดจนสตูดิโอพังเละเทะ ... หวาย


ひねもす (ฮิเนโมสึ) คือชื่อ CD เพลงอัลบั้มแรกของของคุณ โอโนะ ไดสึเกะ
ที่ร้องคนเดียวทั้งอัลบั้มในฐานะตัวคุณโอโนะเองครับ
(ที่ไม่ใช่คาแร็คเตอร์ซองก์ในฐานะตัวละครเรื่องโน้นเรื่องนี้ป




หน้าปกภาพคุณโอโนะ ในโพสสบายๆ ... สบายเกินไปป่าว?



ส่วน เลิฟแอนด์เบอร์รี่ คือตู้เกมการ์ดชื่อดังในหมู่เด็กผู้หญิงทางญี่ปุ่น
オシャレ魔女ラブandベリー (โอชาเระมะโจ เลิฟ แอนด์ เบอร์รี่)





เกมนี้ผู้เล่นจะมีการ์ดตัวละครตัวของแต่ละคน แต่ละครั้งที่หยอดเหรียญเล่นเกม
จะได้พวกชุด และเสื้อผ้าต่างๆ ที่มีอยู่ในเกมมาสะสมแข่งกับเพื่อนๆ ได้

คุณ คอนโนะ ฮิโรมิ พากย์เป็นตัวละครที่ชื่อ เลิฟ (Love) ในเกมนี้นั่นเอง
เกมนี้ได้รับความนิยมสูงในญี่ปุ่นจนทำเป็นมูวี่มาแล้วด้วย




ผมสั้นซ้ายมือนั่นคือ เลิฟ (Love) ผมยาวทางขวามือคือ เบอร์รี่ (Berry)


เกมตู้ตัวนี้มีในไทยด้วยนะครับ ผู้เขียนเห็นอยู่ที่มาบุญครองตู้นึง
แต่อนิจจา น่าเสียดายที่ไม่มีใครเล่น ก็คงเป็นปัญหาของกำแพงด้านภาษากระมัง



ขณะที่กำลังรอดูกันว่าเซบาสเตียนจะยอมสงบลงได้อีท่าไหนนั้น
เรามาดูบทสัมภาษณ์ทางนี้ฆ่าเวลากันไปพลางๆ ดีกว่า


แหล่งข่าว http://www.lucky-ch.com/weekly/070827_sp.html

พาดหัวหน้าหนึ่งตัวเป้งๆ กันไปเลย

ชิราอิชิ มิโนรุ ผู้รอดชีวิตจากทะเลป่า ...


ไปมาจริงๆ ด้วยละเว้ยเฮ้ย !
คุณชิราอิชิ มิโนรุตัวจริง ในสภาพโทรมสุดขีดพร้อมน้ำลึกลับในมือหนึ่งขวด
เรามาฟังบทสัมภาษณ์ของประสบการณ์ขนหัวลุกนี้กันเลยครับ


"พอเดินลึกเข้าไปและเริ่มได้ยินเสียงน้ำ ผมเลยลองเข้าไปใกล้ๆ
แต่จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีบรรยากาศหนาแน่นปกคลุมมาจากด้านหลัง
ความทรงจำในตอนนั้นไม่เหลืออยู่กับผมสักเท่าไหร่ ...

... แต่มารู้สึกตัวอีกที ก็มีขวดน้ำนี่อยู่ในมือแล้วครับ"






กรี๊ดดดด ... ประสบการณ์ลี้ลับเหนือธรรมชาติ !
เกือบเอาชีวิตไปทิ้งจริงๆ แล้วนะครับ บ้าได้ไม่มีกรอบจำกัดจริงๆ



ส่วนเพลงจบของตอนนี้ ...




シカイダーの唄 (ชิไคเดอร์ โนะ อุตะ - บทเพลงแห่งชิไคเดอร์)
อุปโลกเอง แต่งเอง เต้นเอง ร้องเองตามสไตล์เขาละครับ

ส่วนคนที่ยืนเอามือจับเข็มขัด (เพราะยาวไม่พอ) ให้อยู่ด้านหลังนั่น
ก็คือคุณคอนโนะ ฮิโรมิ (อากิระ) นั่นเอง
ชิราอิชิก็ร้องไปเต้นไป คุณคอนโนะก็บ่นแทรกไป ตลกไปอีกแบบ





ชิไคเดอร์ พร้อมฉายในโรงภาพยนตร์ใกล้บ้านทุกท่าน

ชิราอิชิ "ว่าแต่ เป็นไงมั่งครับเนี่ย?"
คอนโนะ "ไม่ไหวอ่ะ ต้องถ่ายใหม่แหง"

ชิราอิชิ "... ครับ"



มาถึงช่วงแนะนำตอนต่อไปของสัปดาห์นี้

คอนโนะ "โคงามิ อากิระค่า ... เปโกะ"
โอโนะ "โอโนะ ไดสึเกะคร้าบ ... ก๊า"
คอนโนะ "เปโก๊ะ? เปโกะๆๆ"
โอโนะ "กา ... ก๊าๆๆ"

คอนโนะ "เอ้า เลิกแอนนิมอลทอล์คกันซะที"
โอโนะ "เราเป็นสัตว์หรอกเรอะเนี่ย"

โอโนะ "... เข้าเส้นชัยได้แล้วสินะ ... ราเม็งเซ็ต !"


... ขำ ขำ ขำ มุขต่อเนื่องจากเมื่อตอนที่แล้วครับ
คุณคอนโนะ ฮิโรมิ พากย์เป็น โปเตโต้ สุนัขจากเรื่อง AIR
ส่วนคุณโอโนะ ไดสึเกะ พากย์เป็น โซระ อีกาจากเรื่องเดียวกัน
พอมาเจอกันก็เลยสื่อสารภาษาสัตว์กันซะงั้นแหละ

ส่วนประโยคบรรทัดสุดท้ายที่คุณโอโนะพูดก่อนจบนั้น
ประโยคแรก "เข้าเส้นชัยได้แล้วสินะ" เป็นประโยคฮุคสำคัญของเรื่อง
ที่ทำให้คนดูน้ำตาไหลพรากมานักต่อนัก
(ไม่สปอยล์ อยากรู้ไปดู AIR ซับไทยของ et'cetera เอง นี่ โฆษณาซะ)

ส่วนประโยคที่สอง "ราเม็งเซ็ต"
เป็นบทพูดเกือบจะแรกสุดที่คุณโอโนะพูดในฐานะพระเอกของเรื่อง AIR
เป็นคำที่ถ้าพูดขึ้นมาปุ๊บ จะรู้ปั๊บว่าหมายถึงคุนิซากิ ยูกิโตะ (และคุณโอโนะ)


... จบแล้วนะ? ไม่มีอะไรตกค้างเขียนไม่ครบแล้วนะ?

งั้นก็ขอจบย่อยมุขตอน 21 แต่เพียงเท่านี้ครับ

ยาวและยากมากๆ เลยตอนนี้
นายน้ำมะนาวใช้เวลาเขียนเป็นสัปดาห์เลยแหละ


บ๊ายนี---

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
รู้สกเหมือนเคยมีคนพูด ว่าชิราอิชิเอาเข็มขัดมาใส่นั่น ใช่ล้อเลียนไรเดอร์ของปีนี้ป่ะงับ

อีกอย่างนึง มากาเร่ รุสึกเหมือนเคยได้ยินในหนังเรื่อง Mirror Man Reflex เลยหง่า - -"

แต่ตอนนี้ก็เล่นกันเยอะจางแหะ >_<"
#1  by  Setsu[Ryu] (58.9.58.142) At 2007-09-20 19:19, 
น้ำนั่น....อุตส่าห์ไปบุกป่าฝ่าดงเอามาได้จริงๆเรอะเนี่ย
#2  by  rin (202.12.74.78) At 2007-09-20 19:19, 
ขอเพิ่มเติมมุขนิดนึง
เข็มขัดที่ตาชิราอิชิ มันใส่ในเพลงจบตอนที่21 นี้ เป็นเข็มของไรเดอร์เดนโอ นะเออ(ชื่อเข็มขัด เดนโอเบลท์)
--- > ว่ากันว่า ไรเดอร์เดนโอ ยังไม่ได้โดนลักกี้สตาร์ ล้อเลียนเลยสักนิด ทั้งๆที่อนิเมเรื่องอื่น(อย่างเจ้ากบ)ล้อไปจนพรุนแล้ว ...สุดท้ายเดนโอ ก้ไม่รอดเงื้อมมือของลักกี้สตาร์ เลยแฮะ

ส่วนมุขเกียวโตกับทัศนศึกษา ดูยังไงๆแล้วนึกถึง เนกิมะ เล่ม4-6 ชะมัด
#3  by  จุ่นgide At 2007-09-20 19:20, 
เซบาสเตียนออกจะน่าสงสาร ขนาดไปทัวร์ยังได้นั่งเก้าอี้เสริม

แล้วก็ช่วยแทรกตรงที่ไกด์บัสพูดแนะนำทีด้วยครับว่าทำไมมีแต่บักเซบาสเตียนที่ขำ คนอื่นสกรีนโทนตกหัวกันทั้งรถ


มีข้อสังเกตุอีกข้อนึง ตอนที่พวกโคนาตะไปเที่ยวแล้วถ่ายรูปที่เกียวโตอนิเมชั่น
http://iitaihaudai.exteen.com/images/luckystar21/kyoani1.jpg ตรงภาพซ้ายจะมีชายหนุ่มลึกลับคนนึงอยู่บนชั้น 2 เขาเป็นใคร?
#4  by  HellHound At 2007-09-20 19:43, 
ยะ...ยาวมากกก
สรุปว่าแกไปตักมาจริง ๆ สินะเซบัสเตียนคุลล์
/me รอชมความประทับใจตอนต่อไปด้วยน้ำตาไหลนองหน้า
#5  by  พลจัตวาภูภู่ฯ At 2007-09-20 20:12, 
ยอดเยี่ยมเหมือนเคยนะครับ เข้าใจมุกขึ้นเยอะเลยครับ

และแล้วเซบัสเตียนก็ยึดรายการ!?
#6  by  tamanxzg At 2007-09-20 20:29, 
ยิ่งเข้าใจมุขยิ่งชอบแฮะ Lucky Star เนี่ย

ว่าแต่เจ้าเซบาสเตียนเข้าป่ามาจริงๆเรอะนั่น เหอๆๆๆๆ
#7  by  Set-Kung At 2007-09-20 20:41, 
ตอบคุณ#4 มุขที่ไกด์บัสเล่นนั้นเป้นมุขคำพ้องเสียงภาษาญี่ปุ่นครับ ซึ่งมุขแบบนี้คนญี่ปุ่นถือว่าเป็นมุขฝืด แต่ไหง ชิราอิชินั่งขำอยู่คนเดียวก็ไม่ทราบเหมือนกัน

ส่วนบุรษลึกลับ ยืนบนระเบียงชั้น2ตึก สตูดิโอของเกียวโตอนิเมชั่นที่ติดมาในรูปที่โคนาตะถ่ายนั้น... สารภาพกันตรงๆเลยว่า ไม่มีใครรู้จริงๆ เนื่องด้วยภาพที่เล็กมาก จนไม่สามารถสังเกตจุดเด่นอะไรได้ ขนาดตามบล็อกของญี่ปุ่นก็ไม่มีใครพูดถึงคนๆนี้ซักที่เดียว คงต้องรอทีมงานมาเฉลยเสียละกระมัง

สุดท้ายพูดถึงมุขที่ลืมไปอีกหน่อย เพลง ชิไคเดอรืนั้น ชื่อเพลง สื่อถึง ตัวคุณชิราอิชิมิโนรุเอง ที่ชอบคุยว่าตัวเองถนัดกับหน้าที่ พิธีกร(ชิไค)มาก เลยแต่งเพลง "ชิไค"เดอร์ นี้ขึ้นมาทำนองนั้น
#8  by  น้ำมะนาว4-0 (58.8.57.239) At 2007-09-20 22:34, 
โอ่ย เหนื่อยกว่าจะอ่านจบ
แต่ก็ขอบคุณมากค้าบ
#9  by  Rskiz (125.26.144.103) At 2007-09-21 00:03, 
มันไม่ได้ไปเอามาจริงๆหรอก แค่เล่นมุกน่ะ

ส่วนไอ้ยกอะไรนั่นรู้สึกว่าเคยอ่านจากการ์ตูนผู้หญิงเรื่องนึงที่พูดว่า หากชายคนใดสามารถยกขึ้นได้ ก็จะได้สาวที่หมายตาไว้เป็นเจ้าสาวอะไรทำนองนี้ ไม่รู้ว่าเป็นอันเดียวกันป่าว

ตอนนี้ข้อมูลเยอะจริงๆ อ่านยังเหนื่อย คนทำนี่เดาได้เลยว่าแทบสลบแน่ๆ... ขอบคุณที่ทำให้ได้อ่านกันครับ
#10  by  ชอบๆๆ (124.121.171.52) At 2007-09-21 02:09, 
มากาเร่ผมว่าเคยได้ยินในเรื่องเดวิลเมคราย ตอนที่1ด้วยนาครับ
#11  by  ggเร่ร่อน (202.57.144.210 /192.168.140.128) At 2007-09-21 08:52, 
ตอนนี้มันยาวจริงๆ
ข้อมูลแน่นมากๆครับ
#12  by  เกียงอุยศิษย์มังกรหลับ (61.91.95.88) At 2007-09-21 10:59, 
ปรบมทอให้ย่อยมุขตอนนี้เลยครับ
ถ้าเปรียบการย่อยมุขหลังกินอาหารที่ชื่อว่า"ลักกี้สตาร์ตอน21"นี่ละก็ สงสัยต้องมีอีโนช่วยแหงๆ

ดูอาจารย์แล้วเหมือนสะท้อนตัวเองเลย ว่างจะเล่น ปิดปรับปรุงเซิฟฯซะงั้น...นอนก็ได้วะ อย่างฮา
#13  by  หอนนิลกาฬ (203.155.74.69) At 2007-09-21 11:49, 
ดูตอนนี้แล้วน่าสงสารคางามิจริง
แต่ตอนชิราอิชิวีนแตกนี่มัน....ฮาดีจริงๆ
#14  by  Arata_sp (124.121.36.70) At 2007-09-21 17:34, 
ไอ้ดาบพิฆาตมังกรนั่นผมยกขึ้นด้วยนะเอ้อ....

ทำไมตอนนั้นไม่เห็นมีใครบอกว่าขอพรได้ฟะ = ="

ปล.ตอนนี้คางามิน่าร๊ากกกก!!!!!!!
#15  by  HangmaN (124.121.20.9) At 2007-09-21 20:15, 
ตอนใกล้ๆจบสนุกแฮะ TvT
#16  by  hikaru At 2007-09-21 20:45, 
คางามิน กับ โคนาตะ มันคู่กัน ขาดใครไม่ได้เชียว ><
#17  by  PQza (58.11.112.100) At 2007-09-21 23:01, 
เรื่อง Air โดน Lc ไปแล้วครับฉะนั้นอย่าไปโหลดซับเลยครับ (คงไม่มีให้โหลดแล้วด้วย)
#18  by  shiba (125.25.224.48) At 2007-09-22 00:59, 
ต้องเล่น DS ก่อนถึงจะหลับเรอะ โคนาตะ? ก็เข้าใจนิดๆนะว่ามันสนุก แต่มันก็เกินปายยยย

ช็อกสุดๆ นึกว่าคางามิจะมีแฟนแล้ว แต่พอเจอหักมุมแบบนี้...โล่งใจนิดๆแต่อยากกระโดดถีบเจ้าฮาจิยะมากๆ
ทามมายถึงทำกับคางามิอย่างนี้ห๋าาาาาาาา?
#19  by  J. (203.146.71.174 /10.17.35.222, 127.0.0.1) At 2007-09-24 14:09, 
เสริมครับ

1.มุข อ็อพชั่น คิดว่าจะเป็นการแซวเกมกราดิอุสครับ
โดยอ็อพชั่นจะเป็นอะไรซักอย่างที่เล็กกว่าร่างหลักและลอยรอบๆ ซึ่งบอสบางตัวจะมีของแบบนี้เหมือนยานของตัวเอก
สันนิษฐานว่า โคนาตะจะเล่นมุขนี้เพื่อแซวบอสตัวหนึ่งในภาคSalamander ที่เป็นหน้ากากฟาโรห์สีทอง และมีอ็อพชั่นเรียงเป็นวงกลมไว้กันกระสุนได้ครับ

2. มุขหอ คินและงินคาขุ
ในเกมโปเกมอนจะมีมุขที่เหมือนหยิบเอาหอคินและงินคาขุมาเล่นเช่นกันครับ โดยในภาคคิน(ทอง)จะมีสถานที่ๆสมมติหรือจำลองจากหอคินคาขุแต่เหลือแค่หอเดียวเนื่องจากอีกหอถูกไฟไหม้ไป ซึ่งจะเป็นที่ๆผู้เล่นจะสามารถพบโฮโอ ตัวละครเฉพาะของภาคนี้ได้

ที่โคนาตะบอกว่า ไม่มีรูบี้หรือแซฟไฟร์ อาจจะหมายถึง ไม่มีสถานที่เฉพาะที่จำลองจากสถานที่จริงๆในภาครูบี้กับแซฟไฟร์ก็ได้นะครับ
(อันนี้ผมเดานะ)

3. มุขชิไคเดอร์
คำว่าชิไค สามารถแปลว่า "หมอฟัน" ได้ด้วยครับ ตัวไซบอร์กในเพลงถึงได้แต่งชุดเป็นหมอฟัน(ยกมาจากตอนแรกๆ)ไงครับ
นอกจากนี้ยังล้อฮีโร่เก่าอีกตัวหนึ่งของอ.อิชิโนโมริ โชทาโร่ เรื่อง"คิไคเดอร์" ซึ่งไซบอร์กในเรื่องจะตั้งชื่อตามคำต่างๆแล้วเติมคำว่า เดอร์ ไว้ข้างหลังครับ
เช่น คิไคเดอร์ - เครื่องจักร บิจินเดอร์ - คนสวย(กลายเป็นหุ่นผู้หญิง) ฮาไคเดอร์ - ผู้ทำลาย(มันมาเพื่อทำลายจริงๆนั่นแหละ แต่เท่ห์กว่าตัวเอกอีก)

#20  by  Jin จอมเวทแว่นหนา At 2007-09-24 17:34, 
นับวันยิ่งบ้านะชิราอิชิว่าแต่ผู้ใดรู้มั่งอ่ะว่า
yuriย่อมากจากอะไรละแปลว่าอะไร
#21  by  yuukung (58.9.41.95) At 2007-09-24 21:48, 
ฮ่า ๆ ปิดซ่อมบำรุงเซิร์ฟเวอร์ :D
#22  by  xelloss At 2007-09-27 11:02, 
ไอ่ฉากป้ายรถไฟนี้ล้อ School Days หรือเปล่าเนี่ย? ^^"

ไปเที่ยวนารานี้นึกถึงเนกิมะเลยอะ
ดีนะเนี่ย ที่ไม่มีครูตัวเปี๊ยกโผล่มา อิอิ

แล้วก็ข้อมูลนำเที่ยวแน่นมากๆ เลยครับ ^^
เก็บตังค์พอเมื่อไหร่ รับรองว่าไปเที่ยวแน่นอน!

เอ่อ... ไอ่เรื่องไม่กล้าซื้อตุ๊กตานี้ก็เคยแฮะ
แต่ก็อยากได้มากๆ เลยวานเพื่อนผู้หญิงไปซื้อให้ ^^"

แต่ไอ่นี่มันหน้าด้านโครตเลย อยู่ๆ มาขอซะงั้น -"-
บังอาจทำร้ายจิตใจคางมินหรอ ระวังศพไม่สวยเน้อ

RindowsXP ของ'จารย์โหลดเร็วดีจัง
อยากใช้มั่งอะ~
#23  by  neizod (203.154.79.5) At 2007-10-28 11:54, 
แค่ฟัง[อ่าน] ย่อยมุข ก็ ท้องแข็งแลวครับ ฉาก บ้าพลังK ของ ชิราอิชิ โอย ดูแล้วมาน ฮา กร๊าก เจงๆ ครับ งี๊ดส์ๆๆ กลับมาจากฝึกวิชา บู๊ตึ๊ง รึไงฟระนั่น โทรมยังกะไปฟัดกะหมี กร๊ากๆ รีบไปดูต่อดีก่า อิอิ ขำสุดๆ

แต้วกิ้ว คุณมะนาว 4-0 ที่ย่อยมาได้ฮามั่กๆ
และเจ้าของบล๊อก ด้วยเน่อ
#24  by   (125.26.167.176) At 2007-11-27 00:12, 
มุก ฝ่ายเก็บขยะ ... ชิราอิชิ มิโนรุ
นี่แซว FMP ครับ ฉากไปทัศนะศึกษา
ตาโซสึเกะก็ได้รับหน้าที่เป็นฝ่ายกำจัดขยะเหมือนกัน
#25  by  tomkarkai (58.9.166.225) At 2008-04-20 00:11, 

<< Home


Genocide Fang
View full profile