2007/Sep/26

「さよなら絶望先生」


อ้างอิงจากข้อความทิ้งท้ายในย่อยมุขลัคกี้สตาร์ตอนที่ 22
นายน้ำมะนาว4-0 ผู้แปลหลักของเรื่องโดจินเวิร์คมีงานเร่งด่วนกระทันหัน
ทำให้ไม่สามารถแปลโดจินเวิร์คของสัปดาห์นี้ให้ได้ทันการ

ในขณะที่กำลังคิดว่าจะเอาอะไรมาลงบล็อกขัดฉากดี
ก็พอดีมีบทความเกี่ยวกับอนิเมเรื่องดัง (?) ที่เพิ่งจบไปส่งเข้ามาพอดี
เป็นบทความของผู้เขียนที่ใช้นามปากกาว่า "ไม่มีความหวังให้สิ้น"
จากทางบ้านส่งเข้ามาครับ ... ผม (เจ้าของบล็อก) อ่านแล้วเห็นว่าเข้าท่า
เลยขออนุญาตเจ้าตัวเอามาลงไว้ให้อ่านกัน

(ขออนุญาตตกแต่งเพิ่มเติมและตัดทอนบทความออกบ้างนะครับ)

อ่านแล้วถูกใจไม่ถูกใจอย่างไร ก็ช่วยส่งความคิดเห็น คำชมเชย
และคำตำหนิ ให้เป็นเกียรติแก่นักเขียนรับเชิญผู้นี้ด้วยครับผม


Genocide Fang
(เจ้าของบล็อก)





ซาโยนาระ เซ็ตสึโบเซ็นเซย์

(บอกลา อาจารย์ผู้สิ้นหวัง)


พูดชื่อนี้ขึ้นมาคงหาคนรู้จักได้น้อยมากๆ แน่นอน
อนิเมชั่นเรื่องนี้มาจากคอมมิคซึ่งตีพิมพ์อยู่ในโชเน็นแม็กกาซีนรายสัปดาห์

เรื่องราวของอาจารย์หนุ่ม 糸色 望 (อิโตชิกิ โนโซมุ)
ผู้ซึ่งมองโลกในแง่ร้ายตลอดศก มองว่าโลกนี้มีแต่สีดำมีแต่ความสิ้นหวัง
จนกระทั่งเขาได้พบกับนักเรียนมัธยมปลายปี 2 ห้องเฮะ (2-へ)
การฟาดฟันกันด้านความคิดระหว่างเขา ...
และเหล่านักเรียนที่เต็มไปด้วยปมเด่นและปมด้อยก็ได้เริ่มต้นขึ้น

การ์ตูนเรื่องนี้เป็นการ์ตูนเสียดสีสังคมในระดับที่ไม่ธรรมดา
เพราะดึงปัญหาต่างๆ ที่พวกเราพบเห็นกันเป็นประจำมานำเสนอ
ในรูปแบบที่คนเห็นต้องร้องว่า "เออเนอะ ทำไมเราไม่เคยคิดถึงมันเลยหว่า"
มุมมองของปัญหาต่างๆ ที่ถือว่าเป็นเรื่องทั่วไปจนต้องทำใจยอมรับไปแล้ว
เรื่องนี้กลับนำสิ่งเหล่านั้นมาตอกย้ำให้พวกเราได้เห็นมันชัดเจนขึ้น
และต้องยอมรับว่ามันเป็นความจริงที่พวกเรามองเห็นอยู่ตำตา
แต่บางครั้งเรากลับเลือกที่จะทำเป็นมองไม่เห็นไปเสีย

สำหรับฉบับคอมมิคนั้นตัวผมไม่ได้อ่านตั้งแต่เริ่มต้น
เพราะว่าเพิ่งมาเริ่มสนใจตอนที่ได้ดูอนิเมเรื่องนี้ จึงไม่แน่ใจว่า
การล้อเลียนและมุกตลกต่างๆ จะเหมือนหรือแตกต่างจากอนิเมตรงไหนบ้าง
แต่เรื่องเซ็ตสึโบเซ็นเซย์ฉบับอนิเมนี้ มักจะดึงเอาการ์ตูนและอนิเมดังๆ ทั้งหลาย
มาสอดแทรกอยู่ตามจุดต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง
เรียกได้ว่าถ้าเป็นคอการ์ตูนอนิเมแล้ว บางทีก็ขำกลิ้งได้ทีเดียว

แต่สำหรับประเด็นของมุกตลกที่อยากจะยกมาพูดในครั้งนี้
คือเรื่อง ชื่อของตัวละคร ซึ่งอาจารย์ คุเมตะ โคจิ ผู้ประพันธ์
ได้ทำการหยอดมุกแฝง (เรียกว่ายัดเยียดก็คงได้มั้ง)
ลงไปในชื่อตัวละครแทบทุกตัวที่ปรากฏตัวในเรื่อง

ซึ่งผมได้นำมารวบรวมเอาไว้ดังต่อไปนี้




糸色 望 - อิโตชิกิ โนโซมุ




อาจารย์หนุ่มพระเอกของเรื่องนี้
นามสกุลเขาเขียนด้วยตัวคันจิสองตัวนั่นคือ (อิโต) และ (ชิกิ)
แต่ถ้านำมาเขียนติดกันจะได้คำว่า (เซ็ตสึ) เมื่อรวมกับชื่อโนโซมุเข้าไป
มันก็จะกลายมาเป็นคำว่า 絶望 (เซ็ตสึโบ) ที่แปลว่า สิ้นหวัง นั่นเองครับ

ตัวละครตัวนี้ก็ดันมีอุปลักษณะนิสัยเข้ากับชื่อเสียไม่มี
เพราะว่าเป็นคนที่รู้สึกสิ้นหวังไปเสียทุกเรื่อง
และมองทุกอย่างในโลกเป็นสีดำสนิทไปหมด





เปิดตัวครั้งแรกสุด ก็ฆ่าตัวตายซะแล้ว ... อาจ๊านน



"โลกนี้มันช่างสิ้นหวัง !!"
catch-phrase ประจำตัวที่ได้ยินตอนนึงๆ ไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง





風浦 可符香 - ฟูระ คาฟุกะ




นักเรียนหญิงห้องเฮะคนแรกที่ได้พบกับอาจารย์สิ้นหวัง
ชื่อเธอนั้นแผลงมาจากชื่อของนักประพันธ์ชาวเช็คคนหนึ่ง
คือ ฟรานซ์ คาฟกา (Franz Kafka)

คาฟกาเป็นนักเขียนนิยายที่มีเอกลักษณ์ด้านความเพ้อฝัน
ซึ่งก็ตรงกับนิสัยของคาฟุกะตรงที่เธอเป็นคนมองโลกในแง่ดีตลอดเวลา
จนเรียกได้ว่ามากจนเกินไป หากอาจารย์เซ็ตสึโบมองทุกอย่างเป็นสีดำ
คาฟุกะก็จะมองทุกอย่างในโลกนี้เป็นสีขาว
และหาคำตอบให้กับสิ่งไม่ดีและสิ่งผิดพลาดต่างๆ ได้เสมอ





"ชั้นไม่เชื่อหรอกว่าเรื่องไม่ดีต่างๆ จะมีบนโลก ..."



ขนาดพ่อแม่ผูกคอตาย เธอยังมองมันว่า
เป็นการกำลังออกกำลังกาย "ยืดตัวให้สูง" ... สุดโต่งแท้ๆ





音無 芽留 - โอโตนาชิ เมรุ




นักเรียนหญิงห้องเฮะอีกคนที่ดูภายนอกหงิมๆ เรียบร้อย
เธอเป็นคนพูดไม่เก่ง (จริงๆ ก็คือไม่เคยพูดเลย) จึงใช้วิธีการสื่อสารกับผู้อื่น
ด้วยการส่งเมล์ทางมือถือมาตลอด แต่ว่าข้อความจากเมล์ของเธอนั้น
กลับเป็นคำพูดหยาบคาย รุนแรง ผิดกับภาพลักษณ์ที่เห็นภายนอกโดยสิ้นเชิง

นามสกุลของเธอเป็นการเล่นเสียงกับคำว่า おとなしい (โอโตะนาชี่)
ที่แปลว่า เรียบร้อย ตามลักษณะนิสัยที่เห็น (ภายนอก)
ส่วนชื่อตัว เมรุ ก็มาจากคำว่า Mail ซึ่งเป็นวิธีการสื่อสารของเธอนั่นเอง





เมรุเป็นเด็กสาวขี้อาย ไร้เดียงสา และใสซื่อบริสุทธิ์



... ข้อความด้านบนตอแหลครับ
อย่าให้เธอได้ส่งเมล์เชียว เธอจะหยาบคายซะไม่มีละ





木津 千里 - คิตสึ จิริ





นักเรียนหญิงห้องเฮะ เจ้าของทรงผมแสกกลางเท่ากันพอดีเป๊ะสองข้าง
นิสัยของเธอเป็นคนจริงจัง และต้องทำทุกอย่างให้เรียบร้อย ละเอียดครบถ้วน
ห้ามขาด ห้ามเกิน หรือผิดพลาดใดๆ เลยแม้แต่น้อย

ที่มาของชื่อเธอนั้นมาจากการเล่นเสียงกับคำว่า きっちり (คิตจิริ)
ซึ่งแปลว่า อย่างถูกต้อง อย่างละเอียดครบถ้วน
ซึ่งก็ตรงตามนิสัยของเธอเป๊ะพอดิบพอดี ไม่มีขาด ไม่มีเกิน





หน้าตาขึงขัง ทำอะไรจริงจัง ทุกอย่างต้องถูกต้องทุกกระเบียด



ขนาดจะตัดแบ่งเค้ก ...
ยังต้องคำนวณให้ทุกคนได้เท่ากันแบบเป๊ะๆ ไม่งั้นเจ๊เบียบไม่ปลื้ม





木村 カエレ - คิมุระ คาเอเระ




นักเรียนหญิงต่างชาติที่ย้ายมาเรียนห้องเฮะ ตัวเธอเป็นเด็กลูกครึ่งผมทอง
จึงทำให้สมัยเด็กๆ มักโดนเพื่อนๆ ล้อเลียนเรื่องนี้เสมอ

ชื่อของเธอมาจากนางแบบนักร้องที่ชื่อ คิมุระ คาเอร่า ที่เป็นลูกครึ่งเหมือนกัน
แต่ผู้ประพันธ์เอาชื่อตัวเธอมาแผลงให้กลายเป็นคำว่า カエレ (คาเอเระ)
ที่ไปพ้องเสียงกับคำว่า 帰れ (คาเอเระ) ที่แปลว่า กลับไปซะ
เนื่องจากสมัยเด็กเธอมักถูกเพื่อนๆ ขับไล่ไสส่งให้กลับประเทศไปด้วยคำๆ นี้





สวย สง่า และพร้อมเรียกทนายเสมอหากมีอะไรขัดใจแม่



ปมปัญหาวัยเด็กที่กดดันเธออยู่ในจิตใจ
ทำให้เธอกลายเป็นบางสิ่งที่น่าหนักใจ ...





小節 あびる - โคบุชิ อาบิรุ




นักเรียนหญิงห้องเฮะ ที่มีบาดแผลเต็มตัวต้องพันผ้าพันแผลมาเรียนเสมอ
จนในเรื่องพากันเข้าใจผิดว่าเธอถูกคุณพ่อของเธอทำร้ายร่างกายที่บ้าน

ชื่อของเธอเป็นการเล่นเสียงพ้องกับคำว่า
拳(を)あびる (โคบุชิ โอ๊ะ อาบิรุ) ที่แปลว่า โดนซ้อม หรือ อาบหมัด
เพราะสภาพของเธอเหมือนคนถูกซ้อมจนบาดเจ็บอยู่ตลอดเวลานั่นเอง





วันไหนๆ เธอก็มาโรงเรียนด้วยสารรูปนี้ ใครหนอที่ใจร้ายทำได้ลงคอ



อาบิรุเป็นเด็กสาวที่รัก(หาง)สัตว์มาก มาก...
รู้แล้วอุบไว้ หางนี่ล่ะต้นเหตุบาดแผลของเธอ





小森 霧 - โคโมริ คิริ




นักเรียนหญิงห้องเฮะ ที่ไม่เคยนั่งเรียนในห้องเรียนเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ด้วยความที่เธอเป็นโรคจิตเก็บตัว (ฮิคิโคโมริ) ไม่ชอบออกมาพบปะผู้คน
กว่าพระเอกหนุ่มของเราจะทำให้เธอมาโรงเรียนได้ ก็ลำบากเสียแทบแย่

ชื่อของเธอแผลงมาจากคำว่า 篭りきり (โคโมริคิริ)
ที่แปลว่าได้ตรงๆ ว่า เก็บตัว ตรงกับการกระทำของเธอพอดีเป๊ะ





ถึงมาโรงเรียนก็ไม่ได้เข้าเรียน
เธอจะแอบเก็บตัวอยู่ตามตู้ตามมุมต่างๆ ของโรงเรียน




โคโมริจัดว่าเป็นสาวงามคนนึงของเรื่อง
... ถ้าไม่ติดว่าโรคจิตละก็นะ





常月 まとい - สึเนะสึกิ มาโตอิ




นักเรียนหญิงห้องเฮะ ผู้มีสันดานนิสัยน่ากลัวชวนสยองยิ่ง
หากเธอหลงรักใครแล้วจะอยากอยู่ใกล้คนๆ นั้นตลอดเวลาไม่ยอมแยกจาก
เธอจะคอยติดตามเฝ้ามองคนที่เธอรักตลอด 24 ชั่วโมง
โดยไม่เคยคิดให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของฝ่ายตรงข้าม
ภาษาพื้นบ้านเรียกว่า สตอล์คเกอร์ (Stalker หรือ พวกโรคจิตตามตื๊อ) นั่นเอง

ชื่อของเธอก็แผลงมาจากคำว่า 常(に)付き纏い (สึเนะ นิ สึกิมาโต้ย)
ที่แปลว่า เกาะติดตลอดเวลา ตามเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเธอเลย





เขาไปไหน เราไปด้วย แอบตามติดอยู่ไม่ห่าง



แม้กระทั่งในเวลาเรียน ก็ขอตามตื๊ออยู่ลับๆ
ถึงกับหลบเข้ามานั่งในสแตนด์หน้าชั้นเรียนของอาจารย์




日塔 奈美 - ฮิโต นามิ




นักเรียนหญิงห้องเฮะ ที่ไร้จุดเด่นโดยสิ้นเชิง
เป็นเด็กผู้หญิงทั่วไปที่ทั่วไปจริงๆ แต่เมื่ออยู่ท่ามกลางเหล่าเด็กสาวคนอื่น
ที่มีแต่ลักษณะเฉพาะตัวสุดโต่งอย่างนักเรียนห้องเฮะแล้ว
เธอจึงกลายเป็นของแปลกไปในทันที

ชื่อของเธอก็มาจากคำว่า 人並み (ฮิโตะนามิ) ที่แปลว่า ระดับมาตรฐาน
หรือ ระดับทั่วๆ ไป เพราะความที่เป็นคนธรรมด๊าธรรมดาของเธอนั่นเอง





แกะขาวในหมู่แกะดำ คนธรรมดาในหมู่คนมีปัญหา ...



อย่าพูดคำว่า "ธรรมดา" ต่อหน้าเธอล่ะ




藤吉 晴美 - ฟุจิโยชิ ฮารุมิ




นักเรียนหญิงห้องเฮะ ที่มีงานอดิเรกคือการวาดการ์ตูน
แถมเน้นหนักไปทาง YAOI เสียเป็นส่วนใหญ่ด้วยสิ
สกุลของเธอเป็นการเล่นคำกับคำว่า 腐女子 (ฟุโจชิ = ฟุจิโยชิ เก๊ตมั้ยครับ)
ซึ่งเป็นคำเรียกของผู้หญิงที่มีรสนิยมชอบการ์ตูนแนวชายปะทะชาย
หรือที่เรียกว่า YAOI อันเป็นรสนิยมส่วนตัวของตัวฮารุมิเอง

ส่วนชื่อตัวของเธอนั้นมาจากคำว่า 晴海 (ฮารุมิ)
ซึ่งเคยเป็นสถานที่จัดงานคอมมิคมาร์เก็ตในสมัยก่อนครับ





โอตาคุหญิงประจำห้อง เรื่อง Y ขอให้บอก



ความเป็นโอตาคุดูธรรมดาไปเลย เมื่อเทียบกับเพื่อนคนอื่นในห้อง




臼井 影郎 - อุซุย คาเงโร่




นักเรียนชายห้องเฮะ ที่ตัวตนจืดจาง ไม่มีใครสนใจหรือแม้กระทั่งมองเห็น
ทั้งๆ ที่เขาเป็นหัวหน้าห้องเฮะ (เจ้าตัวอาสาเป็น แต่ไม่มีใครใส่ใจซักเท่าไหร่)

ชื่อของเขาเป็นการเล่นคำกับคำว่า 影が薄い (คาเงะ งะ อุซุย)
ที่แปลว่า เงาจาง ตรงตามภาพพจน์ตัวละครของเขาแบบไม่มีผิดเพี้ยน





ในเรื่อง หมอนี่มักจะโผล่มาแบบเนี้ย เบลอมั่งละ ...



... ครึ่งๆ กลางๆ บ้างละ
ห้องเรียนห้องนึงมันก็ต้องมีคนแบบนี้อยู่สักคนสองคนละเนอะ





นอกจากนี้ก็ยังมีตัวละครอื่นๆ อีกเล็กน้อยที่ไม่แน่ใจว่า
ชื่อของพวกเขามีที่มาหรือเป็นมุกล้อเลียนอะไรอย่างแน่ชัดหรือไม่
จึงไม่ได้นำมาลงรวมไว้ในบทความนี้ครับ


ออกจะเป็นเรื่องน่าเสียดายอยู่ ที่การ์ตูนเรื่องนี้ไม่สู้ทำผลงานได้ดีสักเท่าไหร่
คงเพราะเนื่องจากภาพตัวละครที่ดูเรียบๆ และคุณภาพงานที่ถ้าพูดตรงๆ แล้ว
คือมักง่าย เพราะทั้งเรื่อง ตัวละครแทบจะไม่ขยับกันเท่าไหร่เลย (นอกจากปาก)
อีกทั้งโทนสีของเรื่องก็ยังดูมืดมน ไม่ชวนให้ติดตามแต่อย่างใด

พูดตามตรงผมเองก็เกือบจะมองผ่านเรื่องนี้ไปแล้วตอนที่เปิดตอนแรกดูผ่านๆ
แต่ภายหลังก็มาพบว่า ภายใต้ยาขมและภาพลักษณ์อันไร้สีสันที่เคลือบฉาบไว้
เนื้อในของการ์ตูนเรื่องนี้สนุกและมีคุณค่ามากอย่างที่คาดไม่ถึงทีเดียว

ยิ่งไปกว่านั้นปัจจัยเหนือสิ่งอื่นใดเลยที่ทำให้การ์ตูนเรื่องนี้ถูกมองข้าม
ก็คงเป็นเพราะมาฉายชนกับความโด่งดังอย่างสุดขีดของ ลัคกี้สตาร์ นั่นเอง
เรื่องนี้ก็เลยต้องหายไปกับสายลมโดยที่ยังไม่ได้ถ่ายทอดอะไรบางอย่างให้กับคนดู

... แต่นี่ก็คงเป็นวัฏจักรของวงการอนิเมชั่นในยุคนี้ไปแล้วกระมัง ...


อา ... สิ้นหวังเหลือเกิน !!


สิ้นหวังกับยุคที่อนิเมฟอร์มใหญ่
กลืนกินอนิเมฟอร์มเล็กแบบนี้เหลือเกิน !!


(อยากลองพูดแบบนี้มานานละ)


หากมีโอกาสและโชคดีขนาดถูกหวยเลขท้ายสองตัวแล้ว
ผมอาจจะลองท้าทายทำซับอนิเมเรื่องนี้ดูบ้าง ไม่วันใดก็วันหนึ่ง
ใจจริงส่วนหนึ่ง ผมอยากถ่ายทอดให้มีคนรู้เพิ่มขึ้นบ้างว่า
ยังมีการ์ตูนที่แฝงสาระและแง่คิด ตกหล่นอยู่ตามมุมมืดเช่นเรื่องนี้อยู่


ขอบคุณสำหรับผู้ที่ทนอ่านมาจนจบครับ ...


ไม่มีความหวังให้สิ้น
(ผู้เขียนบทความ)

Comment

Comment:

Tweet


ขอบอกว่าเรื่องนี้ลึกมากเพราะ parody หนังภาพยนต์มาด้วยทั้งหนังญี่ป่นเองและหนังต่างประเทศ
#22 by sorrowsong (58.10.93.186) At 2007-10-24 02:23,
อยากให้ทำจัง
#21 by กุลิลิ (58.11.11.30) At 2007-10-12 01:16,
เชียร์ 1 เสียงให้ทำซับเรื่องนี้ครับ
หรือไม่งั้นก็ทำย่อยมุกก็ได้
เพราะมีหลายมุกที่แทรกในเรื่องแล้วไม่เก็ตอ่ะ
#20 by Kamura (58.136.35.1) At 2007-10-06 15:18,
ลัคกี้สตาร์กับโดจินเวิร์กก็จบไปแล้ว ลองทำซับเรื่องนี้ต่อมั้ยครับ
เพื่อนให้ดูไปสองตอน สนุกกว่าที่คิด
ปัญหาคือ มันมีซับไทยออกมาแค่ตอนเดียว ซับอิงก็ออกมาแค่ตอน7 จะกินดิบก็เกินความสามารถครับ
#19 by Jin จอมเวทแว่นหนา At 2007-10-04 15:34,
เรื่องนี้กล้าล้อเลียนลัคกี้สตาร์ด้วยแฮะ จำไม่ได้ว่าตอนที่เท่าไหร่

"Unlucky Channel"
#18 by Soruja (125.26.169.145) At 2007-10-03 14:03,
เชียร์ให้ทำซับนะครับ ดู sub eng ไปแล้วหลายตอน แล้วมันไมอ่อกต่อ คาใจมาก load Raw มาก็ไม่เก๊ตมุข เพราะฟังไมอ่อก
#17 by Whip At 2007-10-02 10:45,
อนิเมเรื่องนี้สิ้นหวังสมชื่อจริงๆ ดันไปอยู่ท่ามกลางอนิเมดาวรุ่งแบบนั้น ....

แบบนี้ ลองหาดูในyout*** ดีกว่า ไม่รู้ว่าจะมีให้ดูไหม
#16 by จุ่นgide At 2007-10-01 19:11,
ลายเส้นเหมือนเรื่อง

โอ้ พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก

จังเลยครับ
#15 by panda128 At 2007-09-30 22:56,
ทำไมไม่มีใครทำซับเรื่องนี้ต่อซักทีดูค้างอยู่แค่ตอน5เองอะ
#14 by ยูคุง (124.121.132.200) At 2007-09-30 18:34,
ติดตามเรื่องนี้เหมือนกันคับ
เพิ่งหาซับอิ๊งได้แค่ 7 ตอนเอง
(ใครมีอีกวานบอก)
มุขมันกัดเจ็บๆ กวงส้นoนดีออก
ต้นกำเนิดการเซนเซอร์ที่กวนประสาทเสียจริง
#13 by Rskiz (125.26.147.89) At 2007-09-30 16:13,
เป็นอีกเรื่องที่ตามดูอยู่ของซีซั่นนี้ ชอบในระดับต้นๆเลยค่ะ

ความเห็นไม่ตรงกันเรื่องโทนสีกับงานภาพ เรามองว่ามันสวย เบื่ออนิเมสีลูกกวาด ได้ดูอะไรที่มันเบรคหน่อยก็ดี แต่เรื่องไม่ขยับก็พอทำใจเพราะบทมันไม่เอื้อให้ขยับอะไรมาก พูดไป ถึงจะไม่ค่อยขยับแต่ไม่ทำให้คนดูเบื่อก็ถือว่าสอบผ่านแล้ว


Fraz Kafka เป็นนักเขียนเพ้อฝันเรอะ
เพ้อฝันในแนวมืดมนหม่นหมองดำสนิทล่ะมั้ง อ่านแล้วจมดิ่งลงความมืดเลย
ตรงกันข้ามกับบุคลิกของคาฟุกะสุดๆ ผู้วาดอาจตั้งใจให้มันดูลักลั่นย้อนแย้งกันมากกว่า
#12 by zoo At 2007-09-29 23:37,
ผมชอบเรื่องนี้นะ

แต่ติดตรง ไม่เข้าใจมุข ที่เขียนตามกระดานเสียเลย ต้องกดหยุดอ่านทุกที แถมอ่านทันก็ไม่เข้าใจอีกเพียบ - -

แต่ชอบนะ
#11 by azalea At 2007-09-29 19:59,
แล้ว โอ้ จอร์จ~ฯ มันได้ทำเปน อนิเมะปาวอะผมอ่านแล้ว

โคตรๆชอบเลย
#5 ถูกแล้วครับ อาจารย์คุเมตะ โคจิ (ผู้เขียน โอ้พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก) เป็นผู้เขียนเรื่องนี้ แต่ดูเหมือนจะยังไม่ได้ลิขสิทธิ์ในไทยนะ
#9 by Sirn (58.9.115.139) At 2007-09-29 08:45,
โบกมือหยอยๆ
ยังมีคนตามอนิเมเรื่องนี้อยู่นะคร้าบบ~!!

ตามเพราะมุขในเรื่องจริงๆฮะ
ชอบเพลงเปิดด้วย
ส่วนฉากเปิดแอบดูรุนแรง จนคิดว่ามันออกมาได้ไง = =)a
ช่วง ed ก็ชอบ แต่ตอนดูครั้งแรกนึกว่าดูหนังผี เหอเหอ

แต่ที่โดนใจสุดก็เรื่องของคาเอระ เนี่ยย!
อะไรเธอเล่น sue (ฟ้อง) ตลอด
เสียดสีคนอเมริกันจริงๆฮะ...ว่าแต่พี่แกก็เล่น sue กันตลอดจริงๆ
#8 by ☆Shiki♪☆ At 2007-09-28 21:52,
อยากดูฉอะไม่เคยดูสักครั้งเลย
#7 by RazorX At 2007-09-28 18:37,
คั่นเวลาได้ดีมากครับ ^^
น่าเสียดายที่ a.f.k. ไม่ทำซับเรื่องนี้ต่อ... T_T

anime นี้ก็กัดไปทั่วเหมือนกันครับ
อย่างตอนที่ไปบ้านฮิกี้จัง ก็มี Lucky Chanal ด้วย
แล้วก็โปรโมทงานเก่าอย่าง negima ด้วย ^^"

เรื่องนี้คนเขียนคนเดียวกับโอ้วพระเจ้าจอร์ดครับ
แนวนี้คงหวัง LC ในไทยยากหน่อย
ได้มาก็อาจโดนเซ็นเซอร์ซะยิ่งกว่าในนั้นอีก ^^"
#6 by neizod (203.150.139.247) At 2007-09-28 18:11,
เรื่องนี้ได้LCในไทยปล่าวครับ~
ทั้ง มังงะ และ อนเมะ อะครับ

แล้วใครเปนผู้เขียนเรื่องนี้คร้าบ~

ผมดูแว๊ปแรกนึกว่า
Kumeta konji
อ่า ยาวจังเลยครับ
(ไม่เคยดูเรื่งนี้แฮะ)
#4 by ◄KAPOOK•KUN►MagisteR At 2007-09-28 16:44,
อ่ะ จบแล้วเหรอฮะ เพิ่งดูถึงตอนที่ห้าเอง

ส่วนตัวเราชอบลายเส้นของเรื่องนี้มากเลย และภายแบบที่ใช้สีโทนเดียว (ที่ตัวคนเป็นดำๆ) ของเรื่องนี้ก็ชอบมาก ... เราไม่ค่อยรู้สึกถึงการเสียดสีสังคมเท่าไหร่ แต่บางมุขมันทำได้ยอดเยี่ยมจริงๆ


ชอบยัยหนูฟูระจริงๆ
#3 by gsawa At 2007-09-28 16:19,
ปรบมือให้เลย เขียนเรื่องนี้ได้ดีมากครับ เซ็ทสึโบเซนเซย์ เป็นอนิเมที่แฝงเรื่องสังคมไว้ได้เจ็บเลยทีเดียว เป็นเรื่องน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่มันต้องจมอยู่ท่ามกลางอนิเมฟอร์มใหญ่ แต่ผมคิดว่า ด้วยสไตล์โมชั่นน้อยๆ และสีแบบนี้ของ SHAFT ก็เป็นสเน่ห์หนึ่งที่ดึงดูดให้ผมชอบเรื่องนี้นะ

เรื่องเมรุ โอโตะนาชิ จริงๆ แล้วส่วนหนึ่งก็บ่งบอกเรื่องที่เจ้าตัวไม่พูดอะไรเลย (Otonashi - ไร้เสียง) ด้วยเหมือนกันนะครับ ถึงจะมีเสียงคุณเธอบ้าง แต่่ในเครดิตก็ถูกลิสท์เป็นแค่ ???? หรือสัญลักษณ์อะไรแปลกๆ ซะทุกตอน

อา ยิ่งพูดยิ่งสิ้นหวัง ... สิ้นหวังที่มันมีแค่ 12 ตอนจบ ...
#2 by Sirn (58.9.115.139) At 2007-09-28 16:16,
สรุป จะทำซับเรื่องนี้เหรอครับ
น่าดีใจจัง
#1 by Blur (203.113.81.140) At 2007-09-28 15:26,

Genocide Fang
View full profile