2007/Sep/30

「声優になるためにはどうすれば良いでしょうか?」

เรื่องมันมีอยู่ว่า ...
สัปดาห์ก่อนนายน้ำมะนาว4-0 ส่งเว็บเว็บๆ นึงมาให้ผู้เขียน
เป็นเว็บไซต์ของของโรงเรียนฝึกสอนการเป็นนักพากย์แห่งนึงของญี่ปุ่น
ที่มีชื่อว่า 勝田声優学院 (คัตสึตะเซย์ยูกาคุอิง)
หรือ โรงเรียนนักพากย์คัตสึตะ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ปั้นนักพากย์ดังๆ
รุ่นพระกาฬหลายคนในวงการอนิเม อาทิเช่น

คุณ อิโต มิกิ - ซาจิโกะ (มาริมิเตะ) หมายเลข 18 (ดราก้อนบอล Z)
คุณ มินามิ โอมิ - โฮชิโนะ รูริ (นาเดชิโกะ) ไฮแอ็ต (เอ็กเซลซาก้า)
คุณ เซกิ โทโมคาซึ - โดมอน คัช (G กันดั้ม) อนิเมเท็นโจ (ลัคกี้สตาร์)
คุณ คุราตะ มาซาโยะ - ชิโนบุ (เลิฟฮินะ) เชริส (สไครด์)
คุณ มิตสึอิชิ โคโตโนะ - ซึกิโนะ อุซางิ (เซลเลอร์มูน) มิซาโตะ (เอวานเกเลียน)
คุณ โยโกยามะ จิสะ - ชินงูจิ ซากุระ (ซากุระไทเซ็น) ซาซามิ (เท็นจิมุโย)

เป็นต้น




คุณคัตสึตะ ฮิชาชิ ผู้ก่อตั้งโรงเรียน






บรรยากาศการเรียนการสอนในชั้นเรียน



และในเว็บไซต์มีอยู่หัวข้อนึงที่ผู้เขียนสะดุดตา นั่นคือ

"Q&A สำหรับผู้มีความประสงค์จะเป็นนักพากย์"

หลังจากลองอ่านดู ก็พบว่ามันเป็น Q&A (ถาม-ตอบ) ที่น่าสนใจไม่น้อย
ก็เลยคิดว่าน่าจะเอามาเผยแพร่ให้แฟนๆ บล็อกได้อ่านกันบ้างดีกว่า

Q&A ชุดนี้ประกอบไปด้วยคำถาม-คำตอบ 3 Part ครับ
ผู้เขียนขอตัดแบ่งเป็น 3 ส่วน 3 เอนทรี่ทยอยลงทีละส่วนก็แล้วกัน



ส่วนที่ 1

声優になるためにはどうすれば良いでしょうか?
- ต้องทำยังไงถึงจะเป็นนักพากย์ได้ ? -


Q1 - อยากจะเป็นนักพากย์ แต่พ่อแม่คัดค้าน ควรจะทำอย่างไรดี?

ไม่น่าจะต้องถาม ถ้าอยากเป็นนักพากย์จริงๆ ละก็ลองเกลี้ยกล่อมพ่อแม่ดู
ถ้าไม่สำเร็จ จะล้มเลิกหรือสานต่อความฝันก็ตามสะดวก อย่างไรก็ตาม
ถ้ายังไม่บรรลุนิติภาวะ ก็ต้องได้การรับรองจากผู้ปกครองก่อนครับ

Q2 - ถ้าเดินทางเข้าโตเกียวไม่ได้ ก็เป็นนักพากย์ไม่ได้หรือคะ?

ของตายครับ
งานของนักพากย์ทำกันในโตเกียวเท่านั้น ถ้าเข้ามาไม่ได้ก็ทำงานไม่ได้

Q3 - หนูเป็นเด็ก ม.ต้น อยากจะเป็นนักพากย์ตอนนี้เลย ....

ถ้าจะเริ่มตั้งแต่ ม.ต้น ละก็ ให้เข้าวงการดาราเด็ก
แล้วรับการฝึกสอนการแสดง เริ่มสตาร์ทจากบทดาราเด็กก่อนครับ

Q4 - อยากเป็นนักพากย์ มีมหาลัยไหนดีๆ แนะนำไหมครับ?

ไม่มีมหาวิทยาลัยไหนสอนเกี่ยวกับนักพากย์หรอกครับ
การเป็นนักพากย์่ไม่ใช่แค่ว่าเรียนตามบทเรียนแล้วก็จะเป็นได้

Q5 - งั้นก็หมายความว่าถึงเข้ามหาวิทยาลัยไปก็เป็นนักพากย์ไม่ได้?

ก็ไม่ใช่อีกนั่นละครับ การเข้าเรียกมหาลัยจะช่วยเสริมความรู้
และเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น งานนักพากย์จำเป็นต้องอาศัยความรู้หลายแขนง
ศึกษาจากมหาลัยก็โอเคอยู่ ถ้าเป็นได้ก็เลือกคณะเกี่ยวกับการแสดง หรือภาษาดีกว่าครับ

Q6 - งั้นถ้าเป็นกรณีที่เข้าเรียนมหาลัย
ควรจะเริ่มงานนักพากย์ในขณะอยู่ในช่วงเรียนเลยดีมั้ยคะ?

นั่นน่ะสิครับ นอกจากเรียนมหาลัยแล้ว
ควรจะได้รับการฝึกฝนในฐานะนักแสดงด้วย
ซึ่งก็คือควรจะเริ่มกิจกรรมเกี่ยวกับการแสดงควบคู่ไปด้วยครับ

Q7 - เรียนจบแค่ ม.ปลาย จะเป็นนักพากย์ได้หรือไม่?

ได้แน่นอนครับ แต่ว่าถ้าไม่ใส่ใจการเรียนแล้วอ่านตัวคันจิไม่คล่อง
หรือไม่มีความสามารถด้านภาษา ก็จะลำบากครับ

Q8 - อยากพากย์แต่เสียงตัวละครในอนิเม
ไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องความสามารถด้านภาษานี่ครับ?

งานนักพากย์จะได้รับแจกหนังสือบทเอาวันที่อัดเสียง
แล้วพากย์สดๆ ตอนนั้นเลย จึงจำเป็นต้องมีความสามารถ
ในการจับประเด็นหลักของบทได้ ณ เดี๋ยวนั้น
อีกอย่างหนังสือบทไม่มีการเขียนเสียงอ่านกำกับตัวคันจิไว้ ต้องอ่านให้ออกเอง
และเข้าใจความหมายของคำทั้งหมดนั้นด้วยครับ

Q9 - มีโรงเรียนที่สอนการเป็นนักพากย์โดยเฉพาะอยู่หรือเปล่าคะ?

โรงเรียนที่สอนเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากมาย
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเรียนจบออกมาแล้วจะเป็นนักพากย์ได้เสมอไป
อย่างไรก็ตาม โรงเรียนเหล่านั้นจะสอนพื้นฐานทั้งหมดเกี่ยวกับงานสตูดิโอ
ก็คงเรียกได้ว่าเป็นโรงเรียนสำหรับการเตรียมเป็นนักพากย์ละครับ

Q10 - เผอิญว่าสามารถหาห้องอัดเสียงที่ใช้อัดเสียงอนิเมใช้ได้
ควรจะเข้าไปศึกษาเลยดีไหมครับ?

ไม่ควรครับ การศึกษาเป็นนักพากย์มีขั้นตอนของมันเองอยู่
ก็เหมือนนักศึกษาแพทย์ที่จู่ๆ จะไปศึกษาเรื่องผ่าตัดเลยไม่ได้นั่นละ ก่อนอื่นขอให้เริ่มจากการฝึกฝนพื้นฐานการเป็นนักแสดงก่อนครับ


Q11 - ถ้าเรียนการแสดงจบออกมาแล้ว
มีอะไรยืนยันว่าจะเป็นนักพากย์ได้หรือไม่?

ไม่มีหรอกครับ นี่เป็นโลกของความสามารถ
ผู้ที่มีพรสวรรค์ย่อมเป็นผู้ชนะ เป็นโลกแห่งการแข่งขันชิงชัย
ถ้าอยากทำงานที่มีเครื่องยืนยันก็ไปเป็นข้าราชการเถอะ

Q12 - การทดสอบเข้าเรียนมีอัตราการรับเท่าไหร่หรือครับ?

แตกต่างกันไปแต่ละที่ และก็แต่ละปีครับ
น่าจะประมาณ 1 ต่อ 1.5 หรือ 1 ต่อ 2 กระมัง


Q13 - จะพากย์เสียงอนิเม ทำไมต้องศึกษาการแสดงด้วยครับ?

เวลาเราดูอนิเม การที่ตัวละครในเรื่องแสดงท่าทีต่างๆ นั้น
ย่อมมีแรงผลักดันการกระทำเหมือนมนุษย์ปุถุชนจริงๆ ที่มีชีวิตจิตใจ
นักพากย์แต่ละคนมีหน้าที่ใส่วิญญาณลงไปในตัวละครที่ว่างเปล่าเหล่านั้น
จนกลายเป็นตัวตนที่มีชีวิตจิตใจขึ้นมา ไม่ใช่ว่าแค่ใส่เสียงลงไปในภาพ
แต่มันเป็นเรื่องของพลังแห่งการแสดงครับ


Q14 - ถึงจะพยายามอุตสาหะแค่ไหน
แต่ถ้าไม่มีพรสวรรค์ก็เป็นนักพากย์ไม่ได้หรือคะ?

ของตายครับ คนที่มีพรสวรรค์หากได้รับการฝึกฝน
ย่อมเจียรนัยออกมาเป็นเพชรที่สุกสกาวได้ในที่สุด
คนที่ไม่มีพรสวรรค์ถึงจะพยายามแค่ไหน ก็ไม่สามารถฉายแสงออกมาได้

Q15 - แล้วทำอย่างไรจึงจะรู้ว่าตนเองมีพรสววรค์หรือไม่?

เป็นคำถามที่ตอบยากครับ ขึ้นอยู่กับความสามารถการใช้ภาษา เซนส์ด้านเสียง ของแบบนี้คงต้องให้นักพากย์ผู้มีประสบการณ์ช่วยชี้แนะให้
จะให้ตัวเองตัดสินเองก็คงจะลำบากครับ

Q16 - การทดสอบความสามารถด้านการใช้ภาษา
เป็นการทดสอบแบบไหนหรือคะ?

ก่อนอื่นเริ่มจากการอ่านออกเสียง
เพื่อทดสอบความเข้าใจรูปประโยค การออกเสียง และแอ็คเซนส์ต่างๆ
ต่อมาก็เป็นการอ่านตามบท เพื่อให้รู้ความสามารถในการแสดงอารมณ์ครับ


Q17 - การทดสอบเซนส์เรื่องเสียง เป็นแบบไหนหรือคะ?

การอ่านหนังสือบทหรือการแสดงตามบทนั้น
เซนส์เกี่ยวกับจังหวะ (Rhythm) จะโคน (Tempo) คือสิ่งสำคัญ
การทดสอบอ่านออกเสียงจะทำให้รู้ถึงสิ่งเหล่านี้ได้
ถ้าลองใช้เครื่องให้จังหวะ (Metronome) ประกอบการออกเสียง
จะยิ่งทำให้รู้ได้ว่าร่างกายมีความเข้าใจถึงเซนส์ทางเสียงมากน้อยเพียงใด



หมด Q&A ส่วนที่ 1 แต่เพียงเท่านี้
ฟังดูโหดร้ายเอาเรื่องใช่ไหมครับ?
Q&A ตัวนี้เหมือนจะต้องการบอกกลายๆ ว่า
"ถ้าไม่เอาจริง อย่าได้เสนอหน้าเข้ามาในวงการ" เลยก็ไม่ผิด
ช่างเป็นโลกที่โหดร้าย ไม่สวยหรูอย่างที่เราๆ เคยคาดคิดไว้เลยจริงๆ


ตอนหน้ามาพบกับ Q&A ส่วนที่สองที่มีชื่อหัวข้อว่า

私は声優なれますか?
- อย่างฉันจะเป็นนักพากย์ได้หรือเปล่า -

กันครับ

Comment

Comment:

Tweet


#20 by (110.169.51.31|110.169.51.31) At 2015-05-06 17:31,
อื้ม ขอบคุณมาก เป็นกระทู้ที่ให้ความรู้ดีนะ ได้แง่คิดด้วย
#19 by NEO (58.9.140.156) At 2011-04-29 04:26,
อ่านแล้ว สุดยอดแห่งความทรหดเลยจริงๆค่ะ
ถ้าใจไม่รักจริงๆ คงทำไม่ได้ขนาดนี้หรอกเนาะ
เพราะว่าไม่มีอะไรมายืนยันความแน่นอนได้จริงๆ

รักการพากย์มากๆเลยล่ะค่ะ ขอบคุณมากนะคะสำหรับบทความเนื้อหาดีๆแบบนี้

ขออนุญาตแอดบลอคนะคะ ขอบคุณค่ะbig smile
#18 by LookKhun...คนบ้าเสียง At 2008-04-20 21:50,
อ่านแล้วน้ำตาจะไหล ช่างทิ่มแทงเหลือเกิน > <
ขอบคุณสำหรับเนื้อหาดีๆอย่างนี้มากๆเลยค่ะ คือว่าอยากเป็นนักพากย์น่ะค่ะ
เสียดายจังเพิ่งจะได้มาเจอเอนทรี่นี้
ขออนุญาตแอดนะคะ ^^
#17 by Runrunpyon(´◉◞౪◟◉`)ノ At 2008-04-20 02:28,
เป็นการถามตอบที่ตรงดีจริงๆ
#16 by Arata_sp (124.121.32.234) At 2007-10-07 00:40,
คิดถึงเรื่อง REC ขึ้นมาทันทีเลย
#15 by Dr. K (58.9.146.148) At 2007-10-06 22:48,
สมกับเป็นโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน
เพราะแบบนี้ อาชีพนักพากย์ในญี่ปุ่นถึงได้ต่างกับไทยเราอย่างสิ้นเชิงจริงๆ
ถึงจะบอกว่าคนที่ไร้พรสวรรค์ไม่สามารถทำได้ก็เถอะ
แต่สำหรับบางอาชีพแล้วต้องยอมรับจริงๆ
#14 by Kamura (58.136.35.1) At 2007-10-06 15:15,
ผมเคยเข้าไปเห็นการพากย์ไทยของหนังมีเดี้ยมเกรดอยู่หนนึง คนละเรื่องกับที่เขียนมาอย่างมากจนน่าหงุดหงิด แบบว่าเอาให้เสร็จๆไปจริงๆ -*-
#13 by -----ROGER----- At 2007-10-05 16:41,
ขอบคุณสำหรับเรื่องน่ารู้ดีๆอีกหนึ่งเรื่องครับ
#12 by miraine (193.166.232.197) At 2007-10-05 14:13,
อ่านแล้วเป็นอะไรที่ชัดเจนสุดๆ
"โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆเว้นแต่มาม่า"
อยากเก่งอยากดังต้องให้ความสำคัญกะมัน

อ่านแล้วพาลนึกไปถึงพวกเล่นเกมออนไลน์ที่บางคนเก่งกว่าชาวบ้านหน่อยก็เรียกตัวเองว่าเทพแล้วแฮะ
#11 by หอนนิลกาฬ (203.155.74.69) At 2007-10-05 13:44,
น่าสนใจมากๆ เป็นการตอยที่ "ตรง" สุดๆ เลย

ชอบตรงข้อที่ว่า ไม่มีพรสวรรค์ก็เป็นไม่ได้นั่น อ่านแล้วรู้เลยว่าโหด
#10 by gsawa At 2007-10-05 09:48,
ถูกใจคำตอบสองข้อนี้แฮะ

"ไม่มีหรอกครับ นี่เป็นโลกของความสามารถ
ผู้ที่มีพรสวรรค์ย่อมเป็นผู้ชนะ เป็นโลกแห่งการแข่งขันชิงชัย
ถ้าอยากทำงานที่มีเครื่องยืนยันก็ไปเป็นข้าราชการเถอะ"

"ของตายครับ คนที่มีพรสวรรค์หากได้รับการฝึกฝน
ย่อมเจียรนัยออกมาเป็นเพชรที่สุกสกาวได้ในที่สุด
คนที่ไม่มีพรสวรรค์ถึงจะพยายามแค่ไหน ก็ไม่สามารถฉายแสงออกมาได้"
#9 by Sirn (58.9.109.228) At 2007-10-04 21:51,
ชอบข้อ 11 จริงๆ ... ตอกหน้าหงายเลย
#8 by welcome.to/WallSky At 2007-10-04 20:30,
อ่าน Q2 แล้วนึกไปไกลถึงจิอากิ (วุ่นรักนักดนตรี) เลยครับ
ถ้าไปออกประเทศไม่ได้ ก็ดังไม่ได้ ^^
(อีตาจิอากิมันเป็นโรคกลัวเครื่องบิน&เรืออะครับ)

Q8 โหดจริงๆ เลยครับ แจกวันที่จะอัดเสียง
แล้วก็ไม่มีตัวช่วยอ่านอีก! >.<

Q11 โดนใจจริงๆ ครับ ^^
ถ้าอยากทำงานที่มีเครื่องยืนยันก็ไปเป็นข้าราชการซะ!!!

Q14 โดยส่วนตัวแล้ว ผมเห็นด้วยนะ เรื่องพรสวรรค์เนี่ย
ไม่เข้าใจทำไมคนส่วนใหญ่ถึงไม่บอกให้พวกไร้พรสววรค์เลิกพยายามเสีย
แล้วไปหาอย่างอื่นที่เหมาะสมกับตัวเองมากกว่า
มัวแต่บอกพรแสวงๆ อยู่นั่นแหละ น่าเบื่อ -*-

โดยส่วนตัวผมว่า Q&A นี้ไม่ได้โหดร้ายอย่างที่คิดนะครับ
มันก็แค่สัจธรรมของชีวิตแค่นั้นเอง
"ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าย่อมอยู่รอด"

ที่สำคัญ สำหรับผู้ที่มีความสามารถในการเป็นนักพากย์จริงๆ แล้ว
เรื่องแค่นี้ จิ๊บๆ
#7 by neizod (203.151.240.225) At 2007-10-04 20:10,
จริง ๆ นี่มันตอบคำถามได้ทุกสาขาอาชีพที่เป็นงานทักษะเลยนะครับ
ถ้าไม่ต้องการทำจริง ๆ อย่ามา
เสียเวลาเปล่า
#6 by นิเกะ At 2007-10-04 18:47,
อ๊า ย๊าวยาว
อาขีพนี้ดูยากเหมือนกันนะเนี่ย
#5 by ◄KAPOOK•KUN►MagisteR At 2007-10-04 17:12,
อันที่จริงQ&Aอันนี้ กระผมไปเจอมาตอนที่กำลังแอบๆหาข้อมูล มาเขียน ลัคกี้สตาร์นี่แหละครับ แต่เห็นว่ามัน ตอบได้ตรงถึงใจดี เลยส่งต่อให้คนอื่นได้อ่าน แต่ถ้าถามความเห็นกระผมคงบอกได้แค่ว่า

ผู้เขียนQ&Aชุดนี้คงเบื่อหรือเซ็งเป็ดอย่างมากที่จะตอบคำถามแนวนี้ซ้ำๆกัน กับพวกที่เข้ามาถามแบบ "เรื่องแค่นี้มันง่ายๆไม่ใช่เหรอ ต้องมาเรียนกันด้วยเหรอ" หรือแบบไทยๆก็เบื่อพวกเกรียนเก่งแต่ปากนี่เอง

#4 by น้ำมะนาว4-0 (58.8.61.43) At 2007-10-04 15:12,
จริงๆ บทความชุดนี้กะจะเก็บไว้ publish หลังจากลัคกี้สตาร์จบ
แต่เนื่องด้วยว่านายน้ำมะนาว4-0 ยังไม่เสร็จกิจจากงานหลวงเลย
เลยขอเอา Q&A ชุดนี้มาขัดฉากก่อนก็แล้วกันครับ
#3 by Genocide Fang At 2007-10-04 15:02,
เยี่ยมมมมมมมมมมมม ถามจริงตอบตรงดีจริงๆ
ชอบตรงที่ตอบแบบไม่ต้องเกรงใจเลยนี่ละ!

ถึงจะเป็นคนไทยอย่างเราๆ เชื่อว่าสักครั้งในชิวิตต้องอยากเป็นนักพากย์กันแน่ๆ

รออ่านตอนต่อไปดีฝ่า
#2 by hikaru At 2007-10-04 14:59,
โหดมากครับ ถามตอบนี้

บ้านเราน่าจะมีอย่างนี้บ้างน่ะคร้บ ไม่ใช่เสียงแข็ง ใส่มุขไรก็ไม่รู้ในหนัง
#1 by Jak (125.26.156.213) At 2007-10-04 14:53,

Genocide Fang
View full profile